07/07/2022

THAI NEWS

ข่าวด่วนออนไลน์ ทั่วไทย ทั่วโลก

ภาวะการขาดวิตามินดี (Vitamin D) ในห้วงสถานการณ์โรคโควิด – 19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้พี่น้องประชาชนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอยู่ในสังคม เช่น การที่ต้องทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือแม้แต่การต้องกักตัว 14 วัน ซึ่งอาจทำให้ร่างกายของเราไม่ได้รับแสงแดดโดยตรง รวมทั้งการที่ได้รับแสง UV ในปริมาณความเข้มข้นที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างวิตามินดี จึงเป็นสาเหตุสำคัญให้ร่างกายขาดวิตามินดีได้

วิตามินดี (Vitamin D) หรือชื่อในภาษาอังกฤษคือ Calciferol, Antirachitic Factor บางคนจะเรียกว่า วิตามินแดด วิตามินดีเป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในไขมันเท่านั้น ไม่สามารถถูกผลิตขึ้นมาเองจากในร่างกายได้ แต่จะได้รับจากการทานอาหารเข้าไป หรือสามารถได้รับจากการโดนแสงแดด

หน้าที่สำคัญของวิตามินดี จะช่วยดูดซึมแคลเซียมไปใช้ในกระบวนการสร้างกระดูก รักษาความสมดุลของระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือด มีส่วนสำคัญในการท้างานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ ปอด สมอง หัวใจ และระบบภูมิคุ้มกัน

ประโยชน์ของวิตามินดี  

  • ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากลำไส้ ส่งผลให้การสร้างกระดูกและฟันเป็นไปในทางที่ดี ยังช่วยปกป้องกระดูกจากการเป็นโรคกระดูกผุ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกที่เกิดจากโรคกระดูกผุ
  • ช่วยรักษาระดับความดันเลือด
  • ช่วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย
  • ช่วยควบคุมปริมาณของแคลเซียม และฟอสฟอรัสในกระแสเลือด
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า
  • ช่วยสังเคราะห์น้ำย่อยใน Mucous Membrane
  • ช่วยในการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต
  • ช่วยลดอาการปวดหัวจากโรคไมเกรน

สามารถพบวิตามินดีได้ในอาหารที่เราทานเข้าไปในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว หรือได้มาจากการได้รับแสงแดดในตอนเช้า รายละเอียดดังนี้

  • วิตามินดีที่ได้จากการบริโภคอาหารแหล่งของอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี ได้แก่ตับ ไข่แดง เนย นม ปลาที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง (โอเมก้า 3 และ 6) เช่น ปลาแซลมอล ปลาทูน่า ปลาซาดีน ปลาสวาย ปลาดุก ปลาสลิด และน้ำมันตับปลา
  • วิตามินดีที่ได้ จากการรับแสง UV นอกจากอาหารแล้ว การได้รับแสง UV ในตอนเช้า ยังสามารถช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินดี
  • วิตามินดีที่ได้จากการทานอาหารเสริม ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายเจ้าได้วางขายผลิตภัณฑ์ วิตามินดี     ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินดีในร่างกายได้ แต่ก็มีราคาที่สูงด้วยเช่นกัน

 หากร่างกายได้รับปริมาณของวิตามินดีที่ไม่เพียงพอ

  • ภาวะกระดูกอ่อนในเด็ก (Ricket) – ขาโก่ง (Bow Legs) – รอยต่อกะโหลกที่กระหม่อมปิดช้า         – เกิดความผิดปกติขึ้นที่กระดูกซี่โครง – อารมณ์แปรปรวน – การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อเป็นไปได้ไม่ดี      ไม่แข็งแรง – จะมีอาการฟันผุเร็วกว่าปกติ
  • ภาวะกระดูกอ่อนในผู้ใหญ่ (Osteomalacia) – รู้สึกเจ็บและปวดตามข้อ ตามกระดูกบริเวณทั่วร่างกาย
  • อาการชัก (Tetany)
  • ฟันผุ (Dental Caries)

 ผลกระทบหากได้รับวิตามินดีมากเกินไป

  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องเดิน
  • ปัสสาวะมากกว่าปกติ ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • หิวน้ำตลอดเวลา
  • น้ำหนักตัวลดลง เนื่องจากมีการสลายของแคลเซียมออกมาจากกระดูก
  • บางรายที่อาการหนัก สามารถเสียชีวิตได้เลย

วิตามินดีที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เป็นสิ่งที่ร่างกายผลิตออกไม่ได้เอง ต้องได้มาจากการบริโภคอาหารเท่านั้น แต่วิตามินดีจะพิเศษกว่าวิตามินอื่นๆ เนื่องจากสามารถได้มาจากการรับแสง UV ในตอนเช้าด้วย

ทั้งนี้ วิตามินดี ก็เหมือนกับวิตามินชนิดอื่นๆ ทั่วไป หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณที่มากหรือน้อยจนเกินไป ก็ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรรับปริมาณวิตามินดี เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสมจึงจะดีที่สุด

ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารภัย กองทัพภาคที่ 3 มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอเชิญชวนให้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน และได้ปฏิบัติตามคำแนะนำขั้นต้น ซึ่งหากกำลังพล, ครอบครัว และพี่น้องประชาชนมีข้อสงสัย สามารถปรึกษาแพทย์ ณ โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือ หรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน