09/08/2022

THAI NEWS

ข่าวด่วนออนไลน์ ทั่วไทย ทั่วโลก

นนทบุรี I  รอง จตช.ประธาน ปิดโครงการดำเนินงานชุมชนการเคหะยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ศูนย์ชุมชนบ้านเอื้ออาทรบางใหญ่ชิตี้ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง จตช.(ช่วยเหลืองาน ปป.)/รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.ภ.1.พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีปิดโครงการชุมชนการเคหะยั่งยืนฯ ในพื้นที่บ้านเอื้ออาทรนนทบุรี (บางใหญ่ซิติ้) อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยมี นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอบางใหญ่, นายชนินทร์ ธรรมชูเชาวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลเสาธงหิน, นางพรอุษา วีระเดชลิกุล ตัวแทนการเคหะแห่งชาติ, นายเคลื่อน คงสม ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอบางใหญ่ พร้อมคณะ กต.ตร.สภ.บางใหญ่, ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในชุมชนเข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้โครงการ”ชุมชนการเคหะยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์”เป็นนโยบายของท่าน พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกด้านทุกมิติพร้อมการบำบัดรักษา “ผู้เสพ” คือ “ผู้ป่วย” ที่ จะต้องเข้ารับการบำบัดรักษา โดยนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือและเข้าไปสำรวจในทุกพื้นที่ทั้ง ตำบล หมู่บ้าน ชุมชน มุ่งเป้าหาคนที่ติดยาเสพติด ต้องได้รับการขึ้นทะเบียน เพื่อนำไปสู่การบำบัด รักษา พร้อมการฝึกอาชีพ ให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาแล้ว ที่มีความสนใจได้มีอาชีพ สามารถดูแลตนเองต่อไปได้ และมีการติดตามผล ผู้ผ่านการบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ จึงได้มีคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีที่ 20/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานการณ์โควิด – 19 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการในการดำเนินการ

โดยยึดถือหลักการทำงาน 3 ประการ คือ

  • ประชาชนต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี
  • บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน
  • นำผู้เสพยาเสพติด ไปเข้ารับการบำบัดรักษา เพื่อเป็นการคืนคนดีสู่สังคม ให้เกียรติในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผอ.ศอ.ปส.ตร.เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการดำเนินโครงการชุมชนการเคหะยั่งยืน แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน ร่วมกับ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 65 ที่ผ่านมา โดยมี ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ, ผู้แทนจากอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, ผู้แทนปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์,ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข, ผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรีบูรณา,

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง จตช. (ช่วยเหลืองาน ปป.)รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการฯ ดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดในชุมชนให้หมดไป ทั้งนี้ ได้คัดเลือกชุมชนการเคหะแห่งชาติเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 20 ชุมชน ใน 18 จังหวัด ทั่วประเทศ กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน (เม.ย. – มิ.ย. 65)

จากผลการดำเนินงานในห้วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา นอกเหนือปัญหาสิ่งเสพติดแล้ว ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น การแข่งรถในทางสาธารณะ ส่งเสียงดังรบกวนประชาชนในพื้นที่ มั่วสุม ทะเลาะวิวาท และปัญหาพื้นที่จอดรถ ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าตรวจตรากวดขันให้ถี่ขึ้น เข้าระงับเหตุรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าแก้ไขปัญหาการจอดรถ รวมทั้งประสานหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV เพิ่มเติม และขอความร่วมมือผู้นำชุมชนเพิ่มวงรอบในการพบปะลูกบ้านให้มากขึ้นกว่าเดิมผลที่ได้รับ คือ มีมวลชนเพิ่มเติมสำหรับ ผลการปฏิบัติทั่วประเทศ 20 ชุมชน ใน 18 จังหวัด หลังดำเนินการ 3 เดือน พบประชากรจำนวนทั้งสิ้น 16,979 คน มีกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 986 คน สมัครใจ ตรวจปีสสาวะ 9,560 คน ไม่สมัครใจตรวจ 613 คน พบผู้เสพ 83 คน พบผู้ติด หรือผู้ที่มีอาการทางจิต 6 คน สมัครใจเข้ารับการบำบัด176 คน และไม่สมัครใจ 3 คน

ทั้งนี้ในหลายพื้นที่ได้มีการส่งเสริมอาชีพแก่ผู้เข้ารับการบำบัดสารเสพติด อาทิ อบรมการทำหมูกรอบ, หนังหมูกรอบ, ทำสบู่, เจลล้างมือ, ช่างตัดผม, ช่างซ่อมรถจักรยานและรถจักยานยนต์, งานก่อสร้าง,ชมกิจการเพาะเลี้ยงปลากัดเศรษฐกิจ และชมกิจการปลูกไม้เศรษฐกิจ ซึ่งทุกอาชีพ ผู้บำบัดสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพได้ ภายหลังจากการดำเนินการตามโครงการ ฯ พบผู้เสพ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ความไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงไปทำกิจกรรมในพื้นที่และร่วมทำกิจกรรมของชุมชนโดยการอาสาช่วยเหลือมากขึ้น

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง จตช.(ช่วยเหลืองาน ปป.)/รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.รอง จตช. ประธานในพิธีได้มอบป้ายคุ้มสีขาวแก่สมาชิกในครัวเรือนที่ผ่านการคัดเลือก เป็นผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดพร้อมกล่าวแสดงความยินดีที่ได้ดำเนินโครงการฯได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายลุล่วงไปด้วยดี

ฉัตรมงคล I นนทบุรี