จากกรณีชาวบ้านรุมล้อมจับชายวัย 53 ปี ภายในซอยชุมชนบางตลาด ถนนติวานนท์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ทราบชื่อชายที่ถูกคุมตัวคือนายลอย แสนวงษ์ อายุ 53 ปี อาชีพรับจ้างตัดต้นไม้โดยมี นางสาวชลธิชา อายุ 33 ปี ภรรยานั่งหน้าเศร้าข้างสามีใหม่ ขณะ รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวนายลอยปรากฏว่าชาวบ้าน โกรธแค้นอดทนรอไม่ไหวรุมประชาทัณฑ์ นายลอย จนน่วมพร้อมตะโกน ด่าทอด้วยความโกรธแค้น โดยมีนางสาวชลธิชาและกลุ่มชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งเข้าห้าม ซึ่งนางสาวชลธิชาร้องตะโกน อย่าทำร้ายสามีอย่าทำร้ายสามี แต่ชาวบ้านก็ไม่ฟังรุมประชาทัณฑ์ด้วยความโกรธแค้นจนนายลอยสลบไปคาเท้า

หลังตื่นฟื้นขึ้นมาแล้วถูกพาตัวเข้าไปในบ้านชาวบ้านก็ยังโกรธแค้นตามไปรุมชกต่อยอีกหลายหมัดจนคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนต้องตะโกนส่งเสียงห้ามให้พอแล้วพอแล้ว เกรงว่าจะเสียชีวิต จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ. ปากเกร็ดเดินทางมาที่เกิดเหตุจึงคุมตัวนายลอยพร้อมนำภรรยาและลูกสาวไปสอบปากคำ

ทั้งนี้จากการสอบสวนเพื่อนบ้านและชาวบ้านที่โกรธแค้น เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาชาวบ้านทุกคนพบว่าน้องดา อายุ 17 ปี กับ น้องดะอายุ 11 ปี มีท่าทางเงียบขรึมสีหน้าเศร้าสร้อยไม่ยอมเล่นกับเพื่อนบ้านที่เคยเล่นกันประจำทำให้เพื่อนบ้านทั้งหมดต่างพากันสงสัยว่าเด็กหญิงทั้งสองคนทำไมเปลี่ยนไป จึงพยายามสอบถามเรื่องราวเรื่อยมา จนกระทั่ง ทราบว่าทั้งสองคนถูกนายลอยพ่อเลี้ยงรายนี้กระทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศอยู่ประจำ จนกระทั่งวันนี้ทุกคนในชุมชนสุดจะฝืนทนจึงได้บุกเข้ามาสอบถามเรื่องราวจากนายลอยซึ่งปฏิเสธว่าไม่ได้ทำพอพูดจบคำเท่านั้นชาวบ้านก็โมโหลากตัวออกมารุมประชาทัณฑ์แบบไม่เลี้ยงเป็นเวลานานกว่า 1 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจะเดินทางมารับตัวไปโรงพัก

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สภ.ปากเกร็ดพบชาวบ้านจำนวนมาก พากันมาให้ฝากคำกับพนักงานสอบสวน โดยนำตัวน้องดาอายุ 17 ปีกับน้องนะอายุ 11 ปี หญิงสาว 2 รายซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของนายลอยมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำโดยมีเจ้าหน้าที่จากพ.ม.จ.นนทบุรี นักประชาสัมพันธ์สงเคราะห์นำผู้เสียหายทั้งสองคนไปตรวจร่างกาย ขณะที่นายลอยเองเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำใบส่งตัวเพื่อไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลชลประทานหลังถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์จนน่วม ก่อนแจ้งข้อหาเบื้องต้น กระทำอนาจารควบคุมตัวเข้าห้องขัง

ส่วนนางสาวชลธิชาผู้เป็นแม่ของเหยื่อสาวทั้ง 2 ราย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่เคยคิดปกป้องสามีใหม่ ผิดก็ว่ากันตามผิด เพิ่งรู้เรื่องวันนี้วันแรก อยากให้ชาวบ้านเข้าใจแล้วก็ไม่อยากให้ใช้วิธีการรุมประชาทัณฑ์ อยากให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายมากกว่า ตนตั้งใจอยู่แล้วยังไงยังไงก็ต้องมาแจ้งความดำเนินคดีไม่ได้คิดที่จะช่วยเหลือหรือปกป้องเขา เมื่อเช้าก็เพิ่งทำเรื่องไปหย่ากันที่อำเภอ เพราะจับได้ว่าเขาไปมีหญิงอื่น เราสองคนยังมีภาระเกี่ยวกับหนี้สินที่มีอยู่ที่ยังเคลียร์กันไม่ลงตัวจึงไม่สามารถดำเนินการอะไรมากไปกว่านี้ จนกระทั่งช่วงเย็นมาถูกชาวบ้านรุมทำร้าย ตนอยากให้เห็นใจตนเองด้วยพอตนรู้ว่าลูกสาวถูกกระทำย่ำยี ตนก็ยืนยันเลยว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุดไม่ปกป้องอย่างแน่นอน เรื่องเคยเกิดมาก่อนปีที่แล้วตนได้ห้ามปรามและเตือนไปแล้วไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอีก

ขณะพนักงานสอบสวนได้นำตัวในลอยเดินเข้าห้องขัง นายร้อยได้นำกระดาษ A4 ปิดบังใบหน้า ทางผู้สื่อข่าวได้ สอบถาม ถึงกรณีดังกล่าวแต่ทางนายลอย ปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ก่อเหตุ และรู้สึกโกรธเพื่อนบ้านที่มารุมประชาทัณฑ์ และจะแจ้งความดำเนินคดีกับทางผู้ที่ทำร้ายร่างกายตน จนได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าด้านขวา และบริเวณท้ายทอย และบริเวณเอวด้านขวา ซึ่งขณะก่อเหตุตนไม่ทันตั้งตัว

จากการสอบถามนายจักรพงษ์ รักษิตานนท์ อายุ29 ปี เพื่อนบ้านกล่าวว่า ปกติผู้ก่อเหตุเป็นคนเหลาะแหละ ทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง เห็นลูกเดินไปเดินมาทุกวันตนไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ วันนี้ที่รู้เรื่องเนื่องจากเด็กมาบอกกับเพื่อนบ้าน ว่าโดนพ่อเลี้ยงทำอนาจารถอดกางเกง ทางผู้หญิงรับเรื่องมาเลยมาบอกกับพวกตน ทางตนเป็นผู้ชายรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยเดินเข้าไปถาม เด็ก 17 และเด็ก 12 ทั้ง 2 คนพูดเหมือนกันเลยว่าโดนพ่อเลี้ยง ทำอนาจาร เด็ก 12 ขวบโดนล่าสุดส่วนเด็ก 17 โดนมา 3-4 ครั้ง ซึ่งทางเด็ก 17 บอกว่า เขาไม่ยอมพ่อเลี้ยง ถ้าเด็กไม่บอกไม่มีใครรู้เนื่องจากพ่อเลี้ยงเป็นคนเงียบๆและทำงานตามปกติ ส่วนแม่จะรู้เห็นเป็นใจหรือเปล่าทางตอนพูดไม่ได้ ถามว่าถ้าโดนทำแบบนี้ มานาน หลายเดือน ทางแม่จะไม่รู้เรื่องเลยหรอ  ซึ่งตนไม่รู้ว่าแม่รู้แต่เห็นใจพ่อเลี้ยงหรือเปล่า เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ตนเชื่อเด็กมากกว่า

ฉัตรมงคล I นนทบุรี