สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขัน เรือทานสลากภัตวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ประจำปี พ.ศ. 2565  ครั้งแรกขึ้น  ระหว่างวันที่ 6 – 7 ตุลาคม 2565 ณ บริเวณแม่น้ำน่าน (สะพานพัฒนาภาคเหนือ)มี พระเดชพระคุณท่าน พระชยานันทมุนี เมตตามาเป็นองค์ประธาน งานประเพณีแข่งเรือทานสลากภัตวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และคุณบัณฑูร ล่ำซำ  รองประธานมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน เป็นประธานเปิดงาน ในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกายพายเรือและสร้างความสามัคคีแก่ประชาชนชาวจังหวัดน่าน เพื่อรักษาและสืบทอดประเพณีแข่งเรืออันมีเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

การจัดประเพณีแข่งเรือทานสลากภัตวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ในครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ อย่างสูงยิ่งจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวจังหวัดน่านอย่างยิ่ง

การแข่งเรือเมืองน่านเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร ไม่ปรากฏหลักฐานบอกไว้ มีแต่คำบอกเล่าสืบต่อกันมา และร่องรอยจากซากเรือแข่งเก่าแก่ที่ชำรุด แต่ก็มีเรือบางลำอายุร่วม 200 ปี ยังมีสภาพดีสามารถนำลงแข่งขันได้ เช่น เรือเสือเฒ่าท่าล้อ บ้านท่าล้อ อำเภอภูเพียง ขุดเมื่อ พ.ศ.2359 และเรือคำแดงเทวี(นางดู่งาม) บ้านนาเตา อำเภอท่าวังผา ขุดเมื่อ พ.ศ.2390 จึงเป็นข้อมูลเชื่อได้ว่าเรือแข่งเมืองน่านเกิดมาพร้อมกับความเป็นมาเมืองน่าน ผู้คนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับแม่น้ำน่าน สายธารแห่งชีวิตและจิตวิญญาณของชาวเมืองน่าน  การแข่งเรือประเพณีเมืองน่านในสมัยก่อน จะจัดการแข่งขันในงานประเพณีถวายทานสลากภัต หรือชาวน่านเรียกว่า ตานก๋วยสลาก ถ้าวัดของชุมชนหรือหมู่บ้านใดที่มีเรือแข่งมีการจัดงานประเพณีตานก๋วยสลาก คณะศรัทธาหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ ที่มีเรือแข่ง ก็จะนำเรือแข่งบรรทุกก๋วยสลากพร้อมชาวบ้านและพระภิกษุ สามเณร ที่รักกิจนิมนต์เดินทางไปยังวัดที่มีงานประเพณีตานก๋วยสลาก เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวกสะบายเหมือนปัจจุบัน อีกทั้งชุมชนหมู่บ้านก็ตั้งไม่ห่างไกลกันมาก และมักจะตั้งชุมชน-หมู่บ้านอยู่ติดกับลำน้ำน่าน ในขณะที่พายเรือไปก็จะตีฆ้อง กลอง ฉิ่ง ฉาบ สะล้อ เป็นทำนองเพลงล่องน่านและผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะลุกขึ้นฟ้อนซึ่งเป็นที่มาของท่าฟ้อน “ล่องน่าน” ที่มีเอกลักษณ์รูปแบบการฟ้อนเฉพาะตัว เมื่อเสร็จพิธีในช่วงบ่ายก็จะนำเรือแข่งมาแข่งกันอย่างสนุกสนาน รางวัลที่ได้เป็นเหล้าขาวใส่กระบอกไม้ไผ่ ระยะหลังเปลี่ยนเป็นตะเกียงเจ้าพายุและน้ำมันก๊าดเพื่อนำไปจุดให้แสงสว่างในชุมชน เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ รวมถึงธงปักหัวเรือและเริ่มวิวัฒนาการเป็นถ้วยรางวัลในปัจจุบัน

พ.อ.พยอม I น่าน