ที่บริเวณถนน หน้าวัดธรรมสถาน บ้านหนองแวง ตำบลโอโล อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโอโล ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านกว่า 50 คนเดินทางไปบริเวณหน้าธรรมสถานวัด ที่มีคนร้องเรียนว่ามีกลุ่มนายทุนรุกที่สาธารณะไปกว่า 6 ไร่โดยที่ดินดังกล่าวมีปัญหามายาวนานมีการฟ้องร้องกับทางราชการทั้งอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม จนสุดท้ายก็ส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาลสถิตยุติธรรม  โดยเจ้าของที่ดิน คือนาง จรรยา  จิตอารีรัตน์ อ้างว่าตนครอบครองพื้นที่นี้มาหลายชั่วอายุคน แต่ในขณะเดียวกันชาวบ้านเผยว่าบริเวณแห่งนี้มีที่บางส่วนที่ชาวบ้านใช้สำหรับสาธารณประโยชน์คือใช้ทิ้งขยะของหมู่บ้าน สระน้ำสาธารณะและทางเดิน  แต่โดนผู้มีอิทธิพลแอบครอบครอง และปักเขตแนวรั้วเอาเป็นที่ของตนเอง โดยไม่มีใครกล้าคัดค้านเพราะกลัวอิทธิพลและ การด่าทอจากคนในครอบครัวนี้

มาในสมัยคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลโอโลชุดนี้  จึงมีการขอคืนพื้นที่ให้กลับมาเป็นที่ดินสาธารณะเพื่อชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันต่อไป   หลังการมีการร้องเรียน และนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามขั้นตอน โดยมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการครอบครอง  ภาพถ่ายดาวเทียม  และคำให้การของพยานบุคคล  ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี และมีคำสั่งศาลฏีกา ออกมาชัดเจนแล้วว่าเป็นที่ดินสาธารณะจริง  จึงได้มีการร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกมารังวัดที่ดินสอบแนวเขตในวันนี้ ท่ามกลางมวลชนของทั้งสองฝ่ายและได้เชิญฝ่ายปกครอง ตำรวจ  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มาจำนวนหนึ่งร่วมเพื่อป้องกันเหตุร้ายต่อไป

ด้าน นาย ศุภพร ศิริมาตย์ หัวหน้างานวิชาการที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิ บอกว่า ที่ดินสาธารณะเกิดขึ้นได้หลายประการ ที่ดินสาธารณะไม่จำเป็นต้องมีทะเบียน หรืออาจขึ้นทะเบียนไว้ เกิดจากการใช้ประโยชน์ร่วมกันมาแต่เดิมก็ได้  ซึ่งข้อนี้ต้องมาพิสูจน์หลักฐานจากบุคคล หรือการใช้ร่วมกันอื่นๆ ถึงแม้ว่าปัจจุบันที่ดินจะเลิกใช้ แต่ความเป็นสาธารณะก็ยังคงอยู่ จากกรณีที่เกิดขึ้นในวันนี้ควรต้องมีการให้รังวัด เมื่อวัดแล้วฝ่ายค้านต้องไปยื่นหนังสือคัดค้านต่างฝ่ายก็แสดงหลักฐาน และจึงมีการตัดสินและออกเอกสารสิทธิ์ หรือยกเลิกเอกสารสิทธิ์ต่อไป

ด้านนาง จรรยา จิตอารีรัตน์ ผู้คัดค้าน อ้างว่าที่ดินแปลงนี้ เป็นสมบัติของบรรพบุรุษตนตั้งแต่รุ่นปู่-ย่า ตกทอดกันมากว่า 100 ปี ทำประโยชน์อย่างเปิดเผยมาตลอด ไม่มีใครทักท้วง เสียภาษีมาตลอด เมื่อตกมาถึงตนเองก็ได้ไปทำหลักฐานที่อำเภอ แต่ ทาง อบต.กับ ทาง อำเภอ กลับมาคัดค้านว่า เป็นที่ดินสาธารณะ ตนเองมีเอกสารที่ดินเป็นโฉนดไปแสดง แต่ฝ่าย อบตไม่มีเลย วันนี้จึงต้องออกมารักษาสิทธิ์ตนเอง

ส่วนนาง อัมพิการ์ ราศีงาม ประธานสภา องค์การบริหารส่วนตำบล โอโล ฯ บอกว่า  ที่ดินสาธารณะผืนนี้มีเรื่องฟ้องร้องสิทธิ์กับ คู่กรณีมายาวนาน หลายครั้ง หลายศาล  ต่างก็แสดงหลักฐานการครอบครอง จนสุดท้ายศาลฎีกาได้ชี้ขาดแล้ว  จึงมีการชี้แนวเขตรังวัดในวันนี้ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ว่าต้องการวัดไปได้เท่าไร  ถึงไหน   ตนในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล โอโลเจ้าของพื้นที่ สามารถนำวัดได้ตลอด ส่วนผลของการวัดว่าที่ดินสาธารณะได้จะกว้างยาวขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของท่านผู้มีอำนาจ จะออกเอกสาร  การครอบครองเป็นที่ดินสาธารณะต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการรังวัดที่ดิน ผู้อ้างสิทธิ์ในที่ดิน มีการรบกวนการทำงานของพนักงานและเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา มีการบันทึกภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ การกล่าววาจาไม่สุภาพ ด่าทอ ท้าทายตลอดเวลา มีชาวบ้านในพื้นที่ที่รวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก ต่างเร่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเอาที่สาธารณะกลับคืนมาให้ประชาชน ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในชุมชนต่อ แต่บรรยากาศในขณะที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันออกรังวัดเต็มไปด้วยความตึงเครียด จนกระทั่งฝ่ายตรงข้ามทนไม่ได้  จึงมีการปะทะตอบโต้ เกิดมีอารมณ์ต่อกัน และ มีการตอบโต้กันเป็นคู่ๆมี 2 คู่ถึงขั้นจะเข้าแจ้งความต่อกัน  แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถระงับเหตุไว้ได้ทันท่วงที ยังโชคดีแค่ขึ้นโรงขึ้นศาลไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต

งามนิตย์ I ชัยภูมิ