ทุกวันนี้วัดนับเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ถูกจับจ้องจากพวกมิจฉาชีพ ในการเข้ามาขโมยทรัพย์สิน มีหลายวัดถูกพวกมิจฉาชีพหรือจะเรียกว่ามารศาสนาเข้ามาขโมยทรัพย์สินไปไม่ใช่น้อย บ้างก็เป็นเงินบุญบริจาคที่ญาติโยมทำบุญใส่ตู้ บ้างก็เป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ นานา แล้วแต่ว่าจะมีอะไรให้ขโมย และส่วนใหญ่ทางวัดก็มักจะไม่แจ้งจับ เพราะเห็นว่าควรมีเมตตาธรรมให้อภัยแก่ผู้ที่กระทำผิด หากทรัพย์สินเหล่านั้นไม่ได้มีมูลค่ามากมายมหาศาลแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวก็ได้เดินทางไปที่วัดอ้อมน้อย ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ภายหลังจากที่ได้รับทราบว่า เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) เวลาประมาณ 13.50 น. (เวลาตามกล้องวงจรปิด) มีบุคคลคนหนึ่ง ลักษณะเป็นสาวทอมอายุประมาณ 40 ปี แอบย่องเข้ามาในกุฏิเจ้าอาวาสวัดอ้อมน้อย พร้อมกับเด็กเล็กคนหนึ่ง เพื่อเข้ามาขโมยทรัพย์สิน ซึ่งพฤติการณ์ของสาวทอมรายนี้ คือ ได้เปิดประตูกระจกห้องเจ้าอาวาส จากนั้นก็ยืนดูอยู่สักพัก จนกระทั่งมั่นใจว่าปลอดคนดีแล้ว จึงเดินเข้ามาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของท่านเจ้าอาวาสวัดที่วางไว้บนที่พักแขนของเก้าอี้ไม้แล้วหลบหนีไป

ด้านพระครูปลัด สมศักดิ์ ปิติสิทธิตระกูล พระลูกวัดอ้อมน้อย เล่าว่า ช่วงที่คนร้ายเข้ามาขโมยโทรศัพท์เจ้าอาวาสวัดนั้น เป็นช่วงที่เจ้าอาวาสลงไปทำกิจนิมนต์และดูแลโดยรอบบริเวณวัด ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าดูอยู่ พอเห็นทางปลอดโปร่งจึงเข้ามาขโมยทรัพย์สินไป โดยไม่รู้ว่าภายในกุฏิของท่านเจ้าอาวาสฯ ได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ด้วย ทั้งนี้ก็ขอฝากแจ้งให้ทุกวัดได้ระมัดระวังบุคคลคนนี้ไว้ หากพบก็ช่วยกันตักเตือนให้กลับเนื้อกลับตัวและนำโทรศัพท์มาคืนท่านเจ้าอาวาสวัด เพราะแม้ว่าโทรศัพท์ที่หายไปจะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก แต่ก็มีเบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญในการติดต่อประสานงาน และการกระทำดังกล่าวยังนับเป็นการขโมยทรัพย์สินที่ไม่พึงควรกระทำอย่างยิ่ง