ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ประกอบกับที่รัฐบาลได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยมีข้อกำหนดตามกรอบพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้พิจารณาให้ระงับการใช้ช่องทางการเข้าออกประเทศในทุกพื้นที่ที่มีเขตติดต่อชายแดน รวมทั้งมีมาตรการควบคุมโรคแบบบูรณาการณ์จำแนกตามพื้นที่สถานการณ์ เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 มาจนถึงปัจจุบัน นั้น
ในการนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด อยู่ในเกณฑ์พื้นที่เฝ้าระวังสูง โดยอาจมีกิจกรรมที่ ฝ่าฝืนมาตรการที่ก่อให้เกิดการระบาดของโรค เช่น

- การลักลอบเปิดสถานบริการ, สถานบันเทิง, ผับ, บาร์ และคาราโอเกะ
- การใช้สถานที่เล่นกีฬา หรือแข่งขันกีฬา โดยไม่จำกัดผู้ชม
- การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน 200 คน
- การไม่สวมหน้ากากอนามัย/ผ้า เมื่ออยู่นอกเคหะสถานหรือในที่สาธารณะ
- การลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และไม่ผ่านการตรวจโรค
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือเสี่ยงต่อการระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ภาคเหนือ ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ : สายด่วนความมั่นคง โทร.1374 หรือแจ้งด้วยตนเอง ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ซึ่งมีที่ตั้งในศาลากลางจังหวัดทุกแห่งใกล้บ้านท่าน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้ง หากพี่น้องประชาชนมีความประสงค์จะส่งข้อมูล การกระทำที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคโควิด-19 ตามขั้นต้น ให้กับ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Applications Line ชื่อ “สายตรงแม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติ ตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป

