นายพรเพท เหลืองวิชชเจริญ อายุ 38 ปี ทนายความ และนายอาสาประจำโรงพัก สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้นำเอกสารหลักฐานเดินทางมาแจ้งความต่อ ร.ต.อ.เอกสิทธิ์ พุกสอน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อแจ้งความพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีไลน์ของตนเองโดนมิจฉาชีพแฮกแล้วส่งข้อความไปหลอกขอยืมเงินกับกลุ่มเพื่อน และลูกจ้างในสำนักงานทนายความของตน โดยมีการนำผู้เสียหาย 5 ราย นำหลักฐานสลิปการถูกหลอกโอนเงินมาเข้าแจ้งความด้วย
นายพรเทพ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงก่อนเที่ยงคืนของวานนี้ (25 มิถุนายน 2564) ขณะที่ตนกำลังจะหลับพักผ่อน แต่จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดัง เพราะมีการแจ้งเตือนจากอีเมลล์ว่า ไลน์ประจำตัวของตน กำลังมีอุปกรณ์อื่นมาลงชื่อเข้าใช้ แต่ด้วยความที่ตนไม่เก่งทางด้านไอที ประกอบกับอยู่ในช่วงงัวเงียอยากจะนอน จึงได้กดตอบตกลงไปโดยที่ไม่รู้ว่า นั่นคือการอนุญาตให้คนอื่นหรืออุปกรณ์อื่นเข้าใช้ กระทั่งเวลาผ่านไปราวเกือบ 1 ชั่วโมง ก็เริ่มมีพรรคพวกเพื่อนฝูงต่างโทรศัพท์เข้ามาหา และสอบถามเกี่ยวกับการขอยืมเงิน ซึ่งหลายสายที่โทรเข้ามาต่างรู้ทันว่า ไลน์ของตนน่าจะโดนแฮกแน่ เนื่องจากเขารู้นิสัยตน ไม่เคยเที่ยวไปยืมเงินใคร ซึ่งพอตนทราบเรื่อง ก็รีบเปิดโทรศัพท์เช็คไลน์ของตนทันที แต่กลับเข้าไม่ได้ อีกทั้ง ยังทำการกู้ข้อมูลรวมถึงระบบกลับคืนมาไม่ได้ด้วย


“ไลน์ของผมได้มีการลงทะเบียนผูกอีเมลล์เอาไว้ แต่กลับถูกมิจฉาชีพแฮกเข้าไป แถมยังส่งข้อความไปยืมเงินคนอื่นๆ จนวุ่นวายไปหมด อีกทั้ง ยังมีการไปป่วนตามกลุ่มไลน์ต่างๆ หากเพื่อนคนไหนที่รู้ว่าผมโดนแฮกไลน์แล้วรีบแจ้งเพื่อนๆ ไปตามกลุ่ม ก็จะโดนมิจฉาชีพในคราบไลน์ของผม ไล่เตะออกจากกลุ่มทันที และนี่ ขนาดช่วยกันเตือนแล้วนะ แต่ยังไม่วาย เพราะมีคนหลงเชื่อ ทั้งเพื่อนรุ่นพี่ รวมถึงกลุ่มพนักงานลูกจ้างสำนักความทนายความของผม โดนมันหลอกยืมเงินไป รายละ 3,000-5,000 บาท รวมเงินที่ถูกหลอกยืมไปเป็นจำนวน 17,000 บาท”
นายพรเพท กล่าวต่อว่า หลังจากเริ่มมีผู้เสียหายหลงเชื่อถูกหลอกยืมเงิน ตนและภรรยาจึงได้รีบช่วยกันหาทางในการปิดระบบไลน์ของตนที่ถูกแฮก ด้วยการส่งเรื่องไปทางกูเกิ้ลเพื่อขอระงับอีเมลล์ จากนั้น จึงสมัครไลน์ใหม่ก่อนจะรีบทักไปหาเพื่อนๆ และพรรคพวกทุกคนให้ทราบเรื่องว่าไลน์เก่าของตนถูกมิจฉาชีพแฮก อีกทั้ง ยังได้มีการประกาศข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กประจำตัวของตนด้วย ซึ่งถือว่าเคราะห์ดี ที่เฟซบุ๊กกับไลน์ ใช้คนละอีเมลล์กัน ไม่เช่นนั้น คงอาจจะมีผู้หลงเชื่อจนได้รับความเสียหายมากกว่านี้


ด้าน น.ส.ฉัตรวิมล อ่อนจำปี อายุ 41 ปี ผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานลูกจ้างของสำนักงานทนายความนายพรเทพ เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา มิจฉาชีพได้ใช้ไลน์ของเจ้านายตนเอง ส่งข้อความมาขอยืมเงิน จำนวน 5,000 บาท พร้อมกับบอกให้โอนเงินทางพร้อมเพย์ ผ่านเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร จึงได้รีบโอนเงินไปให้ทันที จนมาเห็นว่า บัญชีธนาคารที่รับเงิน ไม่ใช่ชื่อของนายพรเทพ จึงได้รีบโทรไปสอบถาม ถึงได้รู้ว่าเจ้านายถูกแฮกไลน์ เมื่อถามว่า นายพรเทพเคยยืมเงินหรือไม่ น.ส.ฉัตรวิมล บอกว่า ไม่เคยถูกเจ้านายยืมเงิน แต่เห็นเป็นไลน์ของนายพรเทพที่คุยประสานงานกับประจำ จึงรีบโอนเงินให้ไปโดยที่ไม่ทันฉุดคิดให้ดีก่อน
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้เสียหายรายอื่น ทราบว่า เหตุที่หลงเชื่อ เนื่องจากมิจฉาชีพในคราบไลน์ของนายพรเทพ ได้มีการแกล้งส่งรูปภาพสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายพรเทพส่งเข้าในข้อความไลน์มาให้เห็น แล้วก็รีบยกเลิกข้อความก่อนจะบอกว่าส่งผิด แต่ทว่า เพราะรูปสำเนาบัตรประชาชนที่ส่งมาให้เห็น จึงทำให้หลงเชื่อ และรีบโอนเงินให้อย่างง่ายดาย ซึ่งทราบว่า มิจฉาชีพได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือถึง 3 เบอร์ๆ ละบัญชีธนาคารในการหลอกขอยืมเงิน จึงได้มีการรีบติดต่อธนาคารเพื่อขออายัดเงินบัญชีที่โอนเงินให้แล้ว ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี จะมีการนำหลักฐานที่ได้ไปสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมมิจฉาชีพรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป แต่ในเบื้องต้น นายพรเทพได้มีการใช้เงินส่วนตัว มอบให้กับผู้เสียหายทั้ง 5 ราย ตามจำนวนที่ถูกมิจฉาชีพหลอกยืมไปแล้ว เนื่องจากหนึ่งในผู้เสียหายเป็นถึงทนายความรุ่นพี่ และคนอื่นๆ เป็นลูกจ้างของสำนักงานทนายความที่ต้องมาเดือดร้อน เนื่องจากนายพรเทพก็ยอมรับว่าเพราะความง่วงเลยทำให้สับเพร่าเผลอไปกดอนุญาตให้อุปกรณ์อื่นเข้าอีเมลล์ตน จนทำให้ถูกมิจฉาชีพเข้าไปแฮกไลน์แล้วไปยืมเงินคนรู้จักดังกล่าว

ชลิต I นครสวรรค์
