พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ นายอำพน  กิตติอำพน องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่พระครูสุวิมลภาวนาคุณ หรือ “หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต” วัดเขาตาเงาะอุดมพร จ.ชัยภูมิ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชภาวนาวชิรคุณ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว    มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ พระครูสุวิมลภาวนาคุณ เป็น พระราชภาวนาวชิรคุณ สุนทรธรรมวิจิตร ยติคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดเขาตาเงาะอุดมพร จังหวัดชัยภูมิ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูสังฆรักษ์ ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎีกา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ ประกาศ ณ วันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

พระราชภาวนาวชิรคุณ หรือ “หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต” เป็นพระเถระที่เคร่งครัดในธรรมวินัย ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ประกอบศาสนกิจอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน หลวงพ่อจื่อ เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา “หลวงพ่อจื่อ” เป็นศิษย์หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต พระอริยสงฆ์แห่งภาคอีสาน วัดอุดมคงคาคีรีเขต (วัดดูน) อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลวงพ่อเป็นพระวิปัสสนา ธุดงค์บำเพ็ญเพียรไปยังสถานที่ต่างๆ ที่มีความสงบร่มรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ทราบภูมิประเทศ แหล่งประกอบอาชีพและปัญหาการประกอบอาชีพของประชาชนอย่างมากมาย โดยเฉพาะภูมิประเทศอันเป็นแหล่งต้นกำเนิดแหล่งน้ำสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ “แม่น้ำชี” ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ที่เทือกเขาสูงจากอำเภอหนองบัวแดง ไหลผ่านอำเภอบ้านเขว้า หนองบัวระเหว อำเภอจัตุรัส และอำเภอเมือง จ.ชัยภูมิ

หลวงพ่อจื่อเป็นที่เคารพของสาธุชนทั่วไป โดยเฉพาะชาวอำเภอหนองบัวระเหว เป็นผู้เปี่ยมไปด้วยบารมี เป็นพระนักปฏิบัติ นักพัฒนา ได้สร้างประโยชน์ให้ส่วนรวมมากมาย ทั้งถนน ฝายกักเก็บน้ำ มีอิทธิฤทธิ์ปรากฏ เมื่อท่านสร้างฝายเก็บน้ำ ๒ แห่ง ปรากฏว่า ฤดูฝนฝายร้าว ถึงขนาดนายอำเภอ  ต้องซ้อมแผนอพยพประชาชนที่อยู่ใต้ฝาย ท่านเลยไปดูและเหยียบเหนือรอยร้าว ๓ ครั้ง ฝายทั้ง ๒ แห่งยังอยู่จนปัจจุบันนี้

 

วรากร I ชัยภูมิ