พลตรีอมฤต บุญสุยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพาเน้นย้ำหน่วยเฉพาะกิจตาพระยาให้จัดชุดเฝ้าซุ้มตรวจตามแนวชายแดนไทย/กัมพูชาและพื้นที่เพ่งเล็งตลอดจนด้านการข่าวให้เฝ้าระวังกลุ่มเครือข่ายการค้ามนุษย์แรงงานต่างด้าว(กัมพูชา)และการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเคร่งครัดให้มีการจัดบูรณาการร่วม จนท.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนและพื้นที่เพ่งเล็งของทุกวัน

ชุดเคลื่อนที่เร็วเฉพาะกิจตาพระยาตากองกำลังบูรพาสนธิกำลังร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่3-สถานีตำรวจภูธรตาพระยา สนธิกำลังจับกุม แรงงานต่างด้าว(ชาวกัมพูชา) จำนวน 5 คน (ช.3 ญ.2) บริเวณบ้านทัพสยาม ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระเเก้ว ทำให้ชาวบ้านในระแวกนั้นส่วนมากมีอาชีพทำสวนหวั่นหากมีการลักลอบเข้า-ออกกันอย่างต่อเนื่องแบบนี้โอกาสที่จะมีการแพร่เชื้อโควิด19สูงแน่นอน ปัจจัยสำคัญมันอยู่ที่เครื่อข่ายการค้ามนุษย์ในฝั่งไทยและกัมพูชายังติดต่อกันต่อเนื่อง จากค่าหัวแต่ละคนในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโรคและยังปิดด่านถาวรทำให้มีราคาค่าหัวแพงขึ้นแล้วผู้นำพาบางกลุ่ม(คนไทย)ถูกจับแล้วได้มีการประกันตัวออกไม่เกินข้ามวันทำให้ขบวนการนี้ฮึกเหิมไม่กลัวกฏหมายเพราะถ้าถูกจับได้ก็แค่วิ่งเต้นประกันตัวเท่านั้นเองแล้วก็วนเวียนมาทำกันต่อชาวบ้านเล่าให้สื่อฟังไม่ประสงค์เอยนามและภาพกลัวด้านความปลอดภัยในครอบครัวและตนเอง

จากการสอบถามข้อมูลขั้นต้นจาก จนท. ทั้งหมดมาจาก จ.บันเตียนเมียนเจย มีคนนำทางมาเป็นชาวกัมพูชาเหมือนกัน พาเดินลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ และจะมารอขึ้นรถ ที่ถนนเส้น 3085 (บ้านนางาม-หนองเสม็ด) โดยจะไปทำงานที่สวนผักที่โคราชจังหวัดนครราชสีมา โดยจ่ายค่านายหน้าในการดำเนินการหัวละ 7,000 บาท

หลังจากนั้น จนท.ได้นำตัวแรงงานไปสอบสวน บันทึกจับกุม ที่ร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 3 ทำการตรวจคัดกรองโควิด-19  ตรวจวัดอุณหภูมิ ผลการตรวจอยู่ในเกณฑ์ปกติทั้ง 5 ราย หลังจากนั้นจะได้ผลักดันออกทางช่องทางโอปาเจือนต่อไป

อดิศักดิ์ I สระแก้ว