นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน ได้พากลุ่มผู้ชุมนุม เข้าสักการะพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เพื่อขอพระบารมี ปกป้องให้ประเทศไทยและคนไทย ได้รอดพ้นจากภาวะวิกฤติโควิด – 19 และวิกฤติที่ผู้นำ ไม่สามารถปกป้องราษฎรได้
หลังจากนั้นได้เดินเท้ามาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม บริเวณสี่แยกคอกวัว แกนนำได้เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงให้กับประเทศ และกล่าวปราศัยโจมตีการทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
จากนั้นมาสักการะ พร้อมขอพรพระแม่ธรณีบีบมวยผม ให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤติที่กำลังเผชิญอยู่ก่อนที่จะเดินเท้ามาที่หน้าศาลฎีกา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยนายจตุพร ได้เปิดเผยว่า มีขบวนการที่พยายามจะทำให้ตัวเองติดคุกซ้ำ หลังจากที่ตนเองออกมาขับไล่นายกรัฐมนตรี และวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันที่ตัดสินว่าตนเองจะต้องเผชิญกับอะไร

ก่อนจะถึงจุดหมายสุดท้ายคือศาลหลักเมือง พันตำรวจเอกสนอง แสงมณี ผู้กำกับสน.ชนะสงคราม ได้เข้ามาเจรจากับนายจตุพร ขอให้มวลชนอยู่ด้านนอก และให้กลุ่มแกนนำเข้าไปได้ไม่เกิน 10 คน และไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านใน ให้สักการะศาลหลักเมืองที่ด้านหน้าเท่านั้น
โดยนายจุตพรได้จุดธูปแล้วอธิษฐานต่อศาลหลักเมืองว่า บ้านเมืองกำลังพินาศ ไม่สามารถควบคุมโควิด – 19 ได้ ผู้ปกครองบ้านเมือง ไม่แสดงความรับผิดชอบ กลุ่มไทยไม่ทนหมดที่พึ่ง จึงมาขอพระบารมีพระสยามเทวาธิราช พระแก้วมรกต ปกป้องชีวิตของคนไทย และขอให้ได้ผู้ปกครองคนใหม่ ที่สามารถแก้ไขปัญหาแก้ไขโควิด 19 แก้ไขเศรษฐกิจ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเทศจะได้เริ่มต้นกันใหม่
โดยนายจตุพร ยังยืนยันกล่าวว่า วันเสาร์ที่ 3 นี้ จะจัดการชุมนุมเหมือนเดิม เวลาบ่าย 4 โมงเย็น ที่บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และช่วงหกโมงเย็น จะพามวลชนเดินเท้าไปที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง โดยเชื่อว่ามวลชนจะมามากกว่าเดิม กลุ่มไทยไม่ทน ไม่เคยปิดประตู หากใครมองว่าพลเอกประยุทธ์ ไม่ควรอยู่ในตำแหน่ง เราคือเพื่อนกัน

