ตามที่ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบหมายให้หน่วยทหารทั่วประเทศ ระดมใช้ศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่ สนับสนุนรัฐบาลดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งลดภาระระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนกลาง กระจายไปยังส่วนภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย พร้อมกำชับให้หน่วยดูแลกำลังพล เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ควบคู่ไปกับมาตรการพิทักษ์พลอย่างเคร่งครัด และสวมใส่เครื่องป้องกันตนอย่างเหมาะสม ตลอดจนดูแลให้ได้รับการฉีดวัคซีนตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีความแข็งแรง พร้อมปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบอย่างปลอดภัย นั้น

ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ได้ดำเนินโครงการ “คนไทย ไม่ทิ้งกัน” กองทัพบก และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พาคนกลับบ้าน เพื่อไปรับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย (ผู้ป่วยสีเขียว) จาก กรุงเทพมหานครฯ กลับยังภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคเหนือ เริ่มตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมการปฏิบัติ รายละเอียดดังนี้

  1. การเคลื่อนย้ายทางรถยนต์ ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จำนวน 6 ครั้ง ผู้ป่วยฯ 197 คน รายละเอียดดังนี้
    • เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 รับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากกรุงเทพฯ กลับมาเข้าสู่ระบบการรักษายังภูมิลำเนา จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 18 คน
    • เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 รับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากกรุงเทพฯ กลับมาเข้าสู่ระบบการรักษายังภูมิลำเนา จำนวน 27 คน (จังหวัดพิษณุโลก 26 คน และจังหวัดเชียงใหม่ 1 คน)
    • เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 รับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากกรุงเทพฯ กลับมาเข้าสู่ระบบการรักษายังภูมิลำเนา จำนวน 6 คน (จังหวัดพิจิตร 4 คน และจังหวัดลำปาง 2 คน)
    • เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 รับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากกรุงเทพฯ กลับมาเข้าสู่ระบบการรักษายังภูมิลำเนา จำนวน 54 คน (จังหวัดพิษณุโลก 48 คน, จังหวัดพิจิตร 3 คน และจังหวัดนครสวรรค์ 3 คน)
    • เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 รับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากกรุงเทพฯ กลับมาเข้าสู่ระบบการรักษายังภูมิลำเนา จำนวน 52 คน (จังหวัดพิษณุโลก 42 คน และจังหวัดตาก 10 คน)
    • เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 รับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากกรุงเทพฯ กลับมาเข้าสู่ระบบการรักษายังภูมิลำเนา จำนวน 45 คน (จังหวัดพิษณุโลก 27 คน และจังหวัดพิจิตร 18 คน)

  1. การจัดตั้งศูนย์ประสานงานต้านโควิด-19 กองทัพภาคที่ 3 ณ สโมสรค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
    • เป็นจุดพักรถจากกรุงเทพมหานคร, เข้าห้องน้ำ, ผ่อนคลายอิริยาบถ, รับข้าวกล่อง รวมทั้งตรวจสอบอาการโดยแพทย์ทหารผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่ขบวนรถจะนำผู้ป่วยส่งไปรักษาตัวต่อ ในโครงการ “คนไทย ไม่ทิ้งกัน” กองทัพบก และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พาคนกลับบ้าน ในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป
    • เป็นจุดประสานการปฏิบัติของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อส่งกลับผู้ป่วยฯ ไปยังหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ
    • เป็นจุดพักจากกรุงเทพมหานคร, เข้าห้องน้ำ, ผ่อนคลายอิริยาบถ ในส่วนของขบวนการเคลื่อนย้ายอื่นๆ ของพลเรือนทั่วไป ในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อได้รับการประสานจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระหว่างการเดินทาง
  1. การเคลื่อนย้ายโดยอากาศยาน ตามที่ ผู้บัญชาการทหารบก ได้อนุมัติให้จัดเตรียมอากาศยาน แบบ บ.ล.295 ในการส่งกลับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย (ผู้ป่วยสีเขียว) ที่มีความประสงค์ไปรักษายังภูมิลำเนา เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้มีความปลอดภัย ในกรณีที่มีระยะทางไกลหรือมีความเร่งด่วนในการรักษาของผู้ป่วยให้ได้รับการดูแลและรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความคับคั่งของระบบสาธารณสุขส่วนกลางกระจายไปยังส่วนภูมิภาค ตามคำร้องขอของ กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ในทุกพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้มาตรการป้องกันสูงสุด (Fully Protection) อย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน

ทั้งนี้การดำเนินการในโครงการฯ ดังกล่าว ยังคงดำเนินการต่อไป ภายใต้ความร่วมมือกับของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดในภาคเหนือ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลพี่น้องคนไทยให้ดีที่สุด รวมทั้งร่วมฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งบูรณาการศักยภาพทางการทหารในทุกๆ ด้านของกองทัพบก เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากวิกฤตทุกโอกาส