ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” ได้มีการโพสต์รูปภาพของวัยรุ่น 2 คน ซึ่งอยุ่ในสภาพบาดเจ็บจากการถูกรุมทำร้าย ที่หน้าห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยในโพสต์ดังกล่าว ได้มีการระบุข้อความเอาไว้ว่า “ไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกกรณี เหตุเด็กวัยรุ่นรุมทำร้าย ผู้เสียหายไม่เคยรู้จักและไม่มีปัญหาใดๆ มาก่อนแต่กลับโดนรุมทำร้าย ขอความเห็นใจลูกชายโดนรุมทำร้ายโดนฟันและโดนรุมกระทืบ ที่หน้าห้าง นครสวรรค์ ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ ทำไมเด็กเดี๋ยวนี้ช่างโหดร้ายจัง หวังว่าพี่ตำรวจนครสวรรค์คงจะจับได้ในเร็วไวนะคะ”
สำหรับเหตุการณ์ที่ทางเพจดังได้โพสต์ขึ้นมานั้น ผู้สื่อข่าวได้มีการตรวจสอบข้อมูลแล้วทราบว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อบ่ายของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา โดยมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายชัยพร พรมไทยสงค์ และนายนัทธพงศ์ สิงห์สม ทั้งคู่อายุ 16 ปี เป็นนักศึกษา ระดับ ปวช. ของสถาบันชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองนครสวรรค์ ส่วนอาการบาดเจ็บ ทราบว่า นายชัยพร ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า และฟกช้ำตามร่างกายหลายจุด ขณะที่นายนัทธพงศ์ ถูกอาวุธมีดฟันเข้าที่บริเวณแขนข้างซ้าย เป็นแผลยาว แต่ไม่ลึกมาก
จากการสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คนต่างให้ข้อมูลว่า วันนั้น นายชัยพรและนายนัทธพงศ์ พร้อมกับเพื่อนสนิทอีกคน ได้ชักชวนกันขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่เพิ่งเปิดใหม่ ซึ่งในระหว่างที่เดินอยู่ภายในห้างนั้น ก็ยังปกติไม่มีอะไร แต่เดินไปเดินมา ก็ไปเจอกับกลุ่มวัยรุ่น อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ประมาณ 8 คน โดยมีหนึ่งในนั้น ส่งเสียงถามมาที่กลุ่มของตนว่า “มองหน้าทำคะรวยอะไร” เลยทำให้กลุ่มของพวกตนตกใจ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงได้รีบพากันกลับ แต่ก็ถูกกลุ่มพวกนั้นเดินไล่หลังตามมาก่อนจะมาก่อเหตุรุมต่อยกลุ่มพวกตนกับที่บริเวณประตูหน้าห้าง
“พวกมันเล่นรุมต่อยกลุ่มพวกผม 3 คน กันสนุกมือเลย เอี้ยวไปทางไหนก็โดนทั้งหมัดทั้งเท้า ชนิดที่ซ้ายก็ตุ้ง ขวาก็ตั้ม หลบไม่ทันเลยครับ ต้องพากันรีบวิ่งหนีไปเอารถมอเตอร์ไซด์ที่ลานจอดขี่หนีอย่างเดียวเลย ซึ่งตอนที่ขี่ออกมา ก็นึกว่าน่าจะรอดแล้วนะ แต่เจ้ากรรม เมื่อหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นพวกนั้น มันขี่รถตามท้ายมาเป็นขบวนพาเหรด แล้วก็มาดักหน้าดักท้าย รุมชกต่อยทำร้ายพวกผมอีกชุดใหญ่ไฟกระพริบ แต่รอบนี้หนักหน่อย เพราะพวกมัน 2 คนในนั้น ได้ชักทั้งมีดสั้น มีดยาว เข้ามาไล่ฟันด้วย เลยทำให้นัทธพงศ์ถูกคมมีดฟันเข้าที่แขน ขณะที่นายชัยพร ถูกแจกทั้งหมัดทั้งเท้า จนเลือดกลบปาก น่วมไปทั้งตัว ส่วนเพื่อนอีกคน ที่เป็นคนขี่รถ โชคดีสุด เพราะเขารีบเร่งเครื่องหลบหนีไปได้”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงชนวนเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งนายชัยพรและนายนัทธพงศ์ ต่างระบุว่า ไปเดินเที่ยวห้างตามปกติ และในระหว่างอยู่ภายในห้าง ก็ไม่เคยไปมองหน้าใครตามที่ถูกพวกนั้นกล่าวหา โดยยืนยันว่า ตลอดเวลาที่เดินเล่นกันอยุ่ ก็ไม่เคยไปแสดงสีหน้าหรือท่าทางยียวนชวนเรียกสหบาทาใครเลยทั้งสิ้น ส่วนหลังเกิดเหตุการณ์ ก็มีพลเมืองดีมาช่วยกันพาพวกตนส่งไปรักษายังโรงพยาบาลก่อนจะรีบพากันเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์
ด้าน น.ส.นาตยา เฉยเกิด อายุ 35 ปี มารดาของนายนัทธพงศ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้ ตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นที่รุมทำร้ายกลุ่มลูกชายของตนให้ถึงที่สุด เพราะตนรู้สึกรับไม่ได้อย่างมาก ที่ลูกชายไปเดินเที่ยวห้างอยู่ดีๆ ก็ต้องมาถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บ มันเล่นทำกันอย่างกับบ้านป่าเมืองเถื่อน เห็นหน้าใครแล้วรู้สึกไม่พอใจ ก็ยกพวกมารุมทำร้ายกะเอาเป็นเอาตายแบบนี้ มันเกินไปนะ แล้วอีกอย่าง ที่ผ่านมา ลูกของตนและเพื่อนของเขา ก็ไม่เคยมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ไปยกพวกท้าตีท้าต่อยกับใคร หรือแม้แต่ไปท้าต่อยตัวต่อตัว ลูกตนเขายังไม่เคยเลย แล้วมาหาว่ากลุ่มของลูกชายตนไปมองหน้าหาเรื่องได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวจึงได้ต่อกรณีเรื่องที่ยังติดใจ ได้รับคำตอบจาก น.ส.นาตยา ว่า สิ่งที่ห่วงตอนนี้ กลัวว่าตำรวจจะตามจับกลุ่มคู่กรณีไม่ได้ แล้วทำให้พวกนั้นได้ใจออกมาก่อเหตุแบบเดียวกันซ้ำๆ อีก เช่นเดียวกันกับอาวุธมีดที่พวกนั้นใช้ ตนก็มีความเป็นห่วงเช่นกัน แต่ก็ยังไม่กล้ายืนยันว่า พวกนี้มันพกมีดเข้าไปภายในห้างด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีกับ พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับการเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาในเหตุการณ์นี้ ทั้งแก๊งมีอยุ่ด้วยกันประมาณ 7-8 คน และใช้รถจักรยานยนต์ 4 คันในการขี่หลบหนีมุ่งหน้าไปตามถนนสายนครสวรรค์-บ้านแก่ง ซึ่งตำรวจพอจะรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนี้ ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน คาดว่าอีก 1 วัน จะสามารถออกหมายเรียกได้ แต่ในส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ต้องรอให้มีการสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่ายให้ละเอียดครบถ้วนก่อน จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

