ที่สภ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี นายศิริชัย รักทอง อายุ 33 ปี สามีของน.ส.ชลลดา มุธุรงศ์ หรือน้องนุ่น (ภรรยา) อายุ 27 ปี ได้อุ้มลูกเดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สว.(สอบสวน)สภ.ปากเกร็ด ภ.จว.นนทบุรี เจ้าของคดี พร้อมน.ส.เพ็ญ พอตา (แม่ของน้องนุ่น) และ ครอบครัว โดยทางฝ่ายแม่น้องนุ่นต้องการให้ลูกเขยไปชี้จุดที่รถวิ่งและจุดที่น้องนุ่นหนีลงรถไปขึ้นแท็กซี่ ก่อนจะหายตัวไปบริเวณเลียบคลองปะปา เพราะแม่มีความสงสัยเกี่ยวกับคำบอกเล่ากรณีดังกล่าวของลูกเขยหลายจุด
จากการสอบสวน พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สว. (สอบสวน)สภ.ปากเกร็ด ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า จากการสอบสวนปากคำสามีให้การว่าภรรยาเคยไปทำงานที่ปอยเปตและทาง GPS ที่จ.ฉะเชิงเทราเป็นชายแดนปอยเปตจุดสุดท้ายของ GPS จึงได้ประสานเช็คไปทางตม. แถวปอยเปต มีรูปภาพออกไปปอยเปตมาเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 67 ที่ผ่านมา ส่วนจุดเกิดเหตุเป็นทางเข้าหมู่บ้านลูกกอล์ฟ ถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี
น.ส.เพ็ญ พอตา อายุ 42 ปี (แม่น้องนุ่น) กล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่กับลูกแค่ตอนที่ลูกเรียนอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี แต่ตนมีหน้าที่เอาลูกมาอยู่กับตนตอนที่ลูกปิดเทอมจะอยู่คู่กับน้องชาย เขาไม่ได้เป็นคนขี้น้อยใจ เพราะว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันกับตนน้องนุ่นจะเป็นคนมีเหตุมีผล มีอะไรจะพูดกับแม่ตลอด เพราะตนเคยบอกลูกไว้ว่ามีอะไรให้บอกตนได้เลย อย่าคิดว่าแม่เป็นคนอื่น เพราะแม่จะเป็นให้หมดเลย พ่อ แม่ เพื่อน ผิดถูกยังไงแม่จะบอกน้องนุ่นเอง ตอนนี้ตนรู้สึกเป็นห่วงลูกมาก และตั้งแต่ลูกมีครอบครัวตนก็ไม่เข้าไปยุ่ง ตนก็ได้เห็นลูกโพสต์ข้อความ รูปภาพต่างๆ ตนเห็นว่าเขามีความสุขแล้ว แต่ตนก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับลูกของตน ตนอยากบอกน้องนุ่นว่าติดต่อแม่มาหน่อยว่าอยู่ที่ไหน ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าอยู่ไหน ติดต่อแม่มาก็ได้
นายศิริชัย รักทอง อายุ 33 ปี (สามีน้องนุ่น) กล่าวว่า อยากให้น้องนุ่นกลับมา ตนเลิกน้อยใจเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ถือว่าเห็นแก่ลูก เพราะเวลาทะเลาะกันก็จะออกจากบ้านไปแบบนี้เสมอ แต่ครั้งนี้หนีไปเพราะว่าตนพูดประชดและไม่รู้ว่าจะติดต่อยังไง ซึ่งตนจะเป็นฝ่ายง้อน้องนุ่นตลอดตั้งแต่มีลูก เวลาทะเลาะกันน้องนุ่นก็มีจิกหัวตนบ้างมีตีคืนบ้างแต่ตนก็ยอมมาตลอด ซึ่งเคยมีทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลือดตกยางออก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอีกเลย เคยแจ้งความไว้แล้วนานแล้ว จนเป็นคดีติดตัวของตนในคดีทำร้ายร่างกาย

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
