ด้วยมีบริษัทฯ หนึ่ง ได้ยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสำนักงานฯ ได้รับเรื่องจดทะเบียนคำขอประทานบัตรการทำเหมืองแร่ หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ไว้เป็นคำขอประทานบัตรที่ 1/2566 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2566
ซึ่งคำขอโครงการฯ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่แหล่งเหมืองที่ประเทศไทย สนับสนุนให้มีการทำเหมืองเพราะเป็นแหล่งสำรองแร่ที่สำคัญและมีศักยภาพแร่ของประเทศไทย โดยมีการประกาศแผนบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) อยู่ในแผนพัฒนาชาติซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผ่าน ความเห็นชอบจาก มติ ครม. แล้ว
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพแร่และ เป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการยื่นขอประทานบัตรได้ ได้ดำเนินการไปยื่นคำขอฯ ต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาในระหว่างยื่นคำขอฯ นั้นบริษัทฯก็ได้รับการตรวจสอบจัดทำรายงานลักษณะธรณีแหล่งแร่ และแผนผังโครงการทำเหมืองแร่ สำหรับคำขอประทานบัตรฯ โดยสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 7 ราชบุรี ว่าถูกต้องตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว
ต่อจากนั้นบริษัทฯจึงดำเนินการยื่นหนังสือต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ติดประกาศการขอประทานบัตรฯ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม และระเบียบ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และ พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560
โดยเนื้อหาในประกาศกล่าวว่าถ้าผู้ใดมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่อยู่ในคำขอประทานบัตรให้แจ้งทักท้วงสิทธิ์ได้ และต้องเป็นประชาชนในพื้นที่รัศมี 500 เมตร จากแนวเขตพื้นที่คำขอประทานบัตร จากการตรวจสอบเขตการปกครองแล้ว เป็นพื้นที่และ ตำบลเกาะหลัก และเมื่อติดประกาศการขอประทานบัตรฯ ครบ ตามกฎหมาย ก็ไม่ได้มีผู้ใดคัดค้านสิทธ์เรื่องที่ดิน
ดังนั้นโดยหน้าที่ของ เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ ทั้ง 2 หมู่ บ้านในรัศมี 500 เมตร ตามมาตรา 56 วรรค 2 แห่ง พรบ. แร่ พ.ศ.2560 และข้าพเจ้า ได้มีโอกาส พบปะ พูดคุยนำเสนอรายละเอียดโครงการฯ พร้อมทั้ง เปิดเวทีให้ซักถามให้ในข้อกังวล ข้อเสนอแนะ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐ ยังสละเวลาอันมีค่า เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 7 ราชบุรี ที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหลัก กำและผู้นำตำบลเกาะหลัก ตำรวจ และหน่วย กอ.รมน. พร้อมบริษัทฯของโครงการฯ พร้อมด้วยวิศวกรโครงการฯ และบริษัทฯ ที่ปรึกษา ที่จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาร่วมนำเสนอโครงการฯ และประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับต่าง ฯลฯ และให้ข้อมูลด้านกฎหมายด้วยที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ และการทำความเข้าใจ อย่างครบถ้วนถูกต้องในทุกมิติประเด็น
ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการจัดเวทีรับฟังความเห็นคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ขอประทานบัตร ในวันพุธที่ 24 เมษายน 2567 และวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2567 ในพื้นที่ ทั้ง 2 หมู่บ้านตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะจัดขึ้น
บริษัท ตั้งใจและรอคอย เพื่อจะพบปะพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้ง 2 หมู่บ้าน อย่างเป็นทางการ ข้าพเจ้าในฐานะ ผู้ที่จะขอเข้าไป ขอประกอบกิจการในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ เพื่อทำความรู้จักทำความเข้าใจรายละเอียดโครงการฯ อย่างต่อเนื่องมา จวบจนถึงวันที่ 24-25 เมษายน พ.ศ. 2567 เมื่อวันที่หน่วยงานภาครัฐจัดเวทีให้มาถึง แต่เป็นที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนที่ได้มีโอกาสทำความ เข้าใจโครงการฯ ต่างแจ้งว่า ไม่กล้า เข้ามา นั่งฟังเวทีรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานราชการ เนื่องจากได้รับการข่มขู่ และสิ่งที่น่าผิดหวังเสียใจไปกว่านั้น คือ ผู้นำชุมชนในฐานะพนักงานของรัฐ คือ ผู้นำท้องในตำบล แล หัวหน้าส่วนงานด้านสาธารณสุขในตำบลและ แสดงกิริยา ต่อต้านและขัดขวางการทำงานของรัฐ ด้วยวาจาและกิริยาที่ไม่เหมาะสม ขัดขวางประชาชนในพื้นที่ไม่ให้มาลงทะเบียน ในสถานที่ที่ภาครัฐได้จัดไว้ให้ และยังบิดเบือนข้อมูลที่แท้จริงด้านวิชาการ
มีประชาชนบางกลุ่มบางส่วน ไม่พอใจที่ผู้ มีอำนาจในท้องถิ่น และการกระทำของ เจ้าหน้างานสาสธารณสุขในพื้นที่ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยุยงส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนบางส่วนก่อความวุ่นวายให้เกิดการเข้าใจผิดที่ทั้งที่ได้รับจดหมายเชิญจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้มารับฟังความคิดเห็นและพวกตนก็อยากมารับฟังโครงการฯ ของบริษัท ด้วย เพราะอยู่ในพื้นที่พวกตนอาศัยอยู่แต่ถูกผู้นำท้องถิ่นพร้อมครอบครัวและพรรคพวกขัดขวางซึ่ง
บริษัทก็ มีพยานบุคคลและพยานหลักฐาน ที่แสดงถึงความ ไม่ชอบทำและการข่มขู่ขัดขวาง ของคนกลุ่มนี้ บริษัทในผู้ประกอบสัมมาอาชีพด้วยความสุจริต แล้วหมั่นสร้างประโยชน์ต่อสังคมเสมอมีความเห็นใจ หน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องสูญเสียงบประมาณ สูญเสียเวลา ทั้งที่ปฏิบัติตามกรอบระเบียบของกฎหมาย และยังเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่และบริษัทได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลพร้อมทั้งนำเสนอโครงการฯ
เนื่องจากเกิดความเสียหาย ทั้งต่อภาครัฐ ประชาชนในพื้นที่และบริษัท ที่ไม่สามารถมีโอกาสเข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมาได้
ทีมข่าวเฉพาะกิจ I รายงาน
