ที่โรงแรมมุกดาหาร แกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในเวทีจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย โครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมุกดาหาร ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ชนะการประมูลในการดำเนินงานจากเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยได้รับฟังการกล่าวรายงานจากนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ว่าที่ผ่านมาสถานที่กำจัดขยะของเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ใกล้เต็มความสามารถในการรองรับขยะแล้ว ประกอบกับวิธีการกำจัดขยะแบบเทกองได้สร้างปัญหากลิ่นเหม็น น้ำเสีย และมลพิษอากาศเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวมุกดาหารมาเป็นเวลานาน ซึ่งปัญหาลักษณะนี้ก็ยังเกิดขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ในจังหวัดมุกดาหาร โดยเป็นปัญหาเรื้อรัง ยาวนาน ทางเทศบาลเมืองมุกดาหาร จึงได้ดำเนินการศึกษาหาแนวทางการจัดการขยะในจังหวัดมุกดาหารแบบอย่างครบวงจร เพื่อให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน และได้เปิดประมูลคัดเลือกบริษัทที่มาเป็นผู้ดำเนินการจัดการดังกล่าว
โดย บริษัท ทีพีไอ โพลีนฯ ได้จัดเวทีประชุมรับฟังความเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาจัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) สำหรับนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาในขั้นตอนขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่า การแก้ไขปัญหาและการจัดการขยะโดยการนำมาเผาและนำความร้อนไปผลิตไฟฟ้าเป็นแนวทางการจัดการขยะที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้มีการดำเนินการแล้วทั้งต่างประเทศและในประเทศ แต่เพื่อให้เกิดผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นควรเน้นในส่วนของการกำกับดูแลการประกอบกิจการ ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
การรับฟังความเห็นดังกล่าวเริ่มจากบริษัทที่ปรึกษา บริษัท ซีเอ็มเอส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้นำเสนอ รายละเอียดความเป็นมา ข้อมูลของโครงการ และมาตรการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากโครงการดังกล่าว จากนั้นก็เป็นการตอบข้อซักถามและรับฟังข้อเสนอแนะโดยมีผู้บริหารจากบริษัท ทีพีไอโพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมเวทีด้วย นำโดยนายวรวิทย์ เลิศบุษราคาม ตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายโรงงาน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายนราดล ตันจารุพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายชนะภัย พุ่มกุมาร วิศวกรสิ่งแวดล้อม โดยในวันนี้กลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนในพื้นที่ตำบลมุกดาหาร และตำบลคำอาฮวน ที่อยู่ในรัศมี 3 กิโลเมตร รอบพื้นที่โครงการ ประกอบด้วย 13 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร 5 หมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลมุก และ 2 หมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลคำอาฮวน
ที่ประชุม ได้มีการสอบถามถึงผลกระทบของโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ทั้งด้านน้ำเสีย ด้านการขนส่งขยะ ด้านการระบายน้ำ ตลอดจนความเหมาะสมของพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งทางบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้ให้ความมั่นใจถึงมาตรการลดผลกระทบดังกล่าว ซึ่งจะมีหลายส่วนที่จะร่วมมือกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่ชุมชนเป็นห่วงกังวลด้วย
นายวรวิทย์ฯ ผู้บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีนฯ กล่าวว่า นอกจากการนำข้อเสนอแนะ และ ข้อห่วงกังวลทั้งหมดของประชาชนที่ได้รับในวันนี้ไปพิจารณาประกอบการกำหนดมาตรการอย่างเข้มงวดแล้ว กระบวนการติดตามตรวจสอบก็จะต้องเป็นไปอย่างเปิดเผย โปร่งใสด้วย ทั้งนี้ บริษัท ทีพีไอ โพลีนฯ เป็นหนึ่งในผู้นำในการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ทั้งในเรื่องจำนวนโรงงานกำจัดขยะและปริมาณขยะ ที่นำมาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะช่วยลดปัญหาการจัดการขยะ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และเป็นการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่โดยการเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า (Waste to Energy) ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นปฎิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่โดยรอบด้วย อันเป็นนโยบายการประกอบกิจการอย่างยั่งยืน ของบริษัทฯ ตลอดมาอยู่แล้ว ..
ด้าน นายนราดล ตันจารุพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าว่า ในวันนี้มีการรับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะมีการเริ่มโครงการ วันนี้จะเอาสิ่งที่ได้ไปศึกษาแล้วมานำเสนอว่า ในสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ไปศึกษามาจะมีมาตรการต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ได้มานำเสนอให้ทางผู้มีส่วนได้เสีย ที่อยู่ในรัศมี 3 กม. สิ่งที่เสนอเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะสมก็สามารถเสนอให้ทางบริษทนำไปปรับปรุงเล่มรายงานให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้นก็จะรวบรวมเล่มรายงานเสนอต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในขั้นตอนขออนุญาตต่างต่อไป
สำหรับพื้นที่รัศมี 3 กม. ประกอบด้วย เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลมุก และเทศบาลตำบลคำอาฮวน การทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) มีขั้นตอนการสำรวจอยู่หลายด้าน ด้านสิ่งแวดล้อม มีการวัดเครื่องตามจุดต่าง ๆ ครอบคลุมที่ 3 ตำบล ในเรื่องสถานที่และตำแหน่งที่ตั้งต่าง ๆ และการจราจรต่าง ๆ ซึ่งวันนี้บริษัทที่ปรึกษาจะนำข้อมูลมานำเสนอ ส่วนบางพื้นที่ที่มีความเห็นส่วนใดที่ยังไม่ครบถ้วน อาจจะนำเสนอเพื่อเติม ในวันนี้จะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมได้
สำหรับโครงการนี้เทศบาลเมืองมุกดาหารเป็นเจ้าของโครงการ ผมเป็นผู้ประมูล ได้สัญญามาจากเทศบาลเมือง ถ้าเราจะจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เราต้องจ่ายเทศบาลเมือง ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญา ทางเทศบาลเมืองต้องจัดสรรผลประโยชน์ที่ได้รับให้กับสมาชิกที่มาร่วมในโครงการนี้ โดยในปีนี้ทางโครงการขอทำเล่มรายงานประมาณเดือนกันยายน ในขั้นตอนก่อสร้างน่าจะเริ่มต้นปี 2568 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี จะเปิดดำเนินการประมาณปลายปี 2569 ..
นายไพรัตน์ แสงสีนิล รองนายกเทศมนตรีตำบลมุก ( ตัวแทนชาวบ้าน ตำบลมุก ) เปิดเผยว่า โครงการนี้ทางเทศบาลตำบลมุกไม่เคยได้รับทราบมาก่อน จนมีการเซ็นต์สัญญา MOU แล้ว และติดป้ายประกาศแล้ว ทางตำบลมุกถึงทราบว่า มีโครงการนี้เกิดขึ้น ส่วนผลกำไรประมาณ 750 ล้าน ทางเทศบาลเมือง ได้รับล้วน ๆ ส่วนตำบลมุก ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว รัศมี 3 กม. ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เทศบาลเมือง 50% เทศบาลตำบลมุก 41% เทศบาลตำบลคำอาฮวน 3% สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ชาวบ้านตำบลมุกไม่รู้เรื่องเลย ทั้งที่บ่อขยะอยู่ติดชายแดน เพื่อให้ประชาชนในตำบลมุกได้รับผลประโยชน์เท่ากันกับเทศบาลเมือง ส่วนผลกระทบเกิดขึ้นแน่นอน และสิทธิประโยชน์ต้องเท่าเทียมกัน ถ้าโครงการนี้เกิดมีปัญหากับชาวบ้านแน่นอน
สำหรับโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ของเทศบาลเมืองมุกดาหาร กำลังการผลิตติดตั้ง 9.900 เมกะวัตต์ หรือ 9,900. กิโลวัตต์-แอมแปร์ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิต 78.408 จิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี งบประมาณ 1,803 ล้านบาท ใช้วิธีการเผาขยะมูลฝอยในเตาเผาแบบตะกรับที่อุณหภูมิ 900-1,050 องศาเซลเซียส และนำความร้อนที่ได้จากการเผาขยะมูลฝอยไปผลิตไอน้ำแรงดันสูง จากนั้นนำไอน้ำที่ผลิตได้ไปหมุนกังหันไอน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ปริมาณขยะมูลฝอยที่จำกัดได้ประมาณ 560 ตัน/วัน
ทั้งนี้จังหวัดมุกดาหารมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยมากกว่า 388 ตัน / วัน ปัจจุบันระบบกำกัดขยะมูลฝอยชุมชนของจังหวัดมุกดาหาร ยังไม่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ และบางส่วนยังมีการฝังกลบ หรือกำจัดขยะมูลฝอยไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอีกมากมาย เทศบาลเมืองมุกดาหารได้ตระหนัก และเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ขยะมูลฝอยชุมชนที่เกิดขึ้นในเทศบาลเมืองมุกดาหาร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยพลังงานไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้ โดยภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบกำจัดขยะมูลฝอยและผลิตไฟฟ้า

