ที่ ท่าเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณศาลพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม ตำบลนครสวรรค์ออก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะทำงานจากโครงการชลประทานนครสวรรค์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันน้ำได้เอ่อเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ใต้ พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 ค่ายจิรประวัติ อำภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเวลา 6.00 น. ของวันที่ 4 ตุลาคม 2567 คือ 2265 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เทียบกับปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดเมื่อมหาอุทกภัยปี 2554 คือ 4,869 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สถานการณ์โดยรวมยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

โดย นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2561 และจะสิ้นสุดในวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ฝนจะเริ่มมาถึงภาคกลางตอนบนและภาคกลางตอนล่าง หลังจากนั้นจะมีการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูของภาคกลางอีกครั้ง

โดยน้ำจากจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และสุโขทัยกำลังไหลเข้าสู่เมืองนครสวรรค์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม การระบายของเขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา พื้นที่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำในเขตบางพระหลวง อำเภอเมือง และอำเภอชุมแสงจะได้รับผลกระทบ

น้ำจากแม่น้ำปิงยังคงอยู่ในลำน้ำและจะรวมตัวกันที่จุดวัดน้ำ C2 ของจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนที่จะลงเขื่อนเจ้าพระยา การบริหารจัดการน้ำจะปรับตามจุดวัดน้ำของ C2 ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อจังหวัดอุทัยธานี

ฝนที่ตกในพื้นที่จะระบายลงมารวมกับน้ำที่จุดวัดน้ำ C2 การบริหารจัดการของเขื่อนเจ้าพระยาจะดูตามน้ำที่จะเข้ากรุงเทพฯ ฝั่งซ้ายจะออกทางมโนรมย์ ฝั่งขวาจะมีหลายทาง เช่น ประตูวรเทพและประตูบรมธาตุ การระบายจะปรับตามสถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้นจากจุดวัดน้ำ C2 ไปยังเขื่อนเจ้าพระยา