จากกรณีวานนี้ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 37/7 ซอยสุขาประชาสรรค์ 37 ม.3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพและข้อความร้องเรียนว่า นายเติม ทองอบอุ่น หรือ “ตาเบิ้ม” อายุ 71 ปี อาชีพวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ถูกโจรขโมยขึ้นบ้านถึง 5 ครั้ง ล่าสุดโจรดึงกล้องวงจรปิดหลบหนีไปด้วย
ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.ท.ติรัส ตฤณเตชะ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ต.ดิลก ลาดศิลา สว.สส.สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด ร่วมกันจับกุมตัวนางสาววาสนา หรือสา ศรีเมือง อายุ 33 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป พร้อมของกลางคือ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Oppo สีดำ โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยวัดหงส์ทอง ม.3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืน
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากวันนี้ 20 พ.ย. 67 เวลาประมาณ 12.30 น. ตำรวจได้รับแจ้งเหตุผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับเหตุโจรกรรมซ้ำซาก โดยมีข้อความจากนายเติม ทองอบอุ่น ผู้เสียหาย ระบุว่าถูกขโมยขึ้นบ้านถึง 5 ครั้งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่เคยมีการเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน โดยครั้งล่าสุดโจรขโมยกล้องวงจรปิดไปด้วย และขอให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ ตำรวจฝ่ายสืบสวนไม่ได้นิ่งนอนใจจึงเดินทางไปตรวจสอบบ้านของนายเติม ซึ่งแจ้งว่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 67 เวลาประมาณ 06.00 น. ได้แก่ 1.กล้องติดรถยนต์ 2.เงินสดประมาณ 1,000 บาท 3.สร้อยคอชุบทอง 1 เส้น
ตำรวจจึงทำการสืบสวนตรวจสอบบริเวณห้องพักดังกล่าว พบตัวนางสาววาสนา ผู้ต้องหาอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบุคคลที่นายเติม หรือตาเบิ้มต้องสงสัย และเมื่อตำรวจสอบถาม น.ส.วาสนาได้รับสารภาพว่าได้ปีนหน้าต่างหลังบ้านเข้าไปลักทรัพย์ในวันที่ 17 พ.ย. 67 เวลาประมาณ 18.30 น. โดยมีหลักฐานสำคัญคือภาพทรัพย์สินที่ น.ส.วาสนา ถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือ และส่งให้นายเจษฎา หรือ “ตั๊ก” ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มทางข้อความเมื่อเวลา 18.39 น. ในวันเดียวกัน หลังจากยืนยันว่าเป็นทรัพย์สินของนายเติมจริง ตำรวจจึงควบคุมตัวนางสาววาสนา ส่งพนักงานสอบสวนที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
น.ส.วาสนา หรือสา ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพด้วยน้ำตาว่า ตนเป็นคนก่อเหตุจริง แต่ได้ก่อเหตุเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ก็คือครั้งล่าสุด ได้ปีนหน้าต่างหลังบ้านเข้าขโมยเงินของตาเบิ้มไปประมาณ 300 บาท ที่วางอยู่บริเวณห้องนอน แล้วขโมยกล้องติดรถยนต์กลับมาด้วย แล้วถ่ายภาพให้สามีดู จากนั้นก็ได้เอาไปทิ้งถังขยะ ก่อนหน้านี้ที่ตาเบิ้มถูกขโมยเข้าบ้าน ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ ถึงแม้ชาวบ้านต่างตราหน้าว่าเป็นตนก็ตาม วันนี้รู้สึกผิดและเสียใจที่กระทำลงไป ขอโทษทางตาเบิ้มและภรรยา สาเหตุที่ทำไปเพียงเพราะติดหนี้นอกระบบต้องส่งรายวัน หาเงินเลี้ยงลูกอายุ 8 ขวบ
นายเติม หรือตาเบิ้ม กล่าวว่า ขอบคุณตำรวจที่ทำงานรวดเร็วจับคนร้ายได้ แม้ตนเพิ่งจะมาแจ้งความวันนี้ ที่ผ่านมาไม่ได้แจ้งความเนื่องจากไม่มีเวลาเดินทาง หลังจากตำรวจได้จับคนร้ายมา พอเห็นหน้าแล้วรู้สึกสงสาร เนื่องจากเป็นผู้เช่าห้องของตนที่เปิดห้องเช่าอยู่ เคยคุ้นหน้าตา ลูกก็ยังเล็ก แต่ก็เป็นคนเดียวกันกับที่ตนตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ตอนแรก วันนี้ก็ได้มีการพูดคุยตักเตือนว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก ซึ่งตนไม่ได้ติดใจแล้ว แต่ทำผิดก็รับโทษทางกฎหมายไป

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
