นายอนันทศักดิ์ พัดน้อย อายุ 25 ปี พร้อมบิดาและมารดา เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชน เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จากกรณีที่ นายอนันทศักดิ์ พัดน้อย อายุ 25 ปี ถูกเพื่อนรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ใบหน้า กกหูและที่หลัง โดยที่หนึ่งในนั้นมีญาติเป็นผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ อยู่ในเหตุการณ์ด้วยจึงไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2567 เวลา 18.00 น เหตุเกิดที่บริเวณหน้าตึก 60 โครงการบ้านเอื้ออาทร เทพารักษ์ 3 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายอนันทศักดิ์ พัดน้อย อายุ 25 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.บางพลี แล้ว
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อเวลา 19.52 น วันที่ 27 พ.ย.2567 ทางผู้ก่อเหตุนำถังเครื่องมือมาหาผู้ได้รับบาดเจ็บก็นำเครื่องมือออกมาคืนกันที่หน้าห้องทางขึ้นตึกพอวางเครื่องมือลง ทางผู้ก่อเหตุก็ได้เข้าทำร้ายผู้บาดเจ็บจนล้มลง ก่อนที่จะมีคนเข้ามาช่วยแต่คนที่มากับผู้ก่อเหตุได้กันและไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง โดยผู้ก่อเหตุทั้งเตะทั้งต่อยผู้บาดเจ็บอยู่นาน ก่อนที่ญาติของผู้บาดเจ็บจะเข้ามาห้ามปราบ และพยุงตัวผู้บาดเจ็บขึ้นมา แต่ผู้ก่อเหตุก็ได้เข้ามาทำร้ายอีกรอบ ก่อนที่ญาติของผู้บาดเจ็บจะพาผู้บาดเจ็บเข้าห้องไป
ด้าน นายอนันทศักดิ์ พัดน้อย อายุ 25 ปี เล่าว่า ตนกับผู้ก่อเหตุรุ่นพี่นั้นเป็นเพื่อนกัน โดยที่ก่อนเกิดเหตุนั้นได้มีการทะเลาะและมีการท้าทายผ่านเฟสบุ๊ค / เรื่องเครื่องมือซ่อมรถ / และนัดกันเอาเครื่องมือมาคืน จนเป็นทำให้ ตน ถูกผู้ก่อเหตุทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และมีเพื่อนอีกคนช่วยกันไม่ให้ชาวบ้านมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีญาติเป็นผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่วันที่ตนถูกทำร้ายตนได้ทักไปขอเครื่องมือของตนคืน วันนั้นเป็นวันที่ 27 พ.ย.2567 เครื่องมือที่อยู่กับเขาก็จะมีเป็นพวกประแจ พวกบล็อกพวกเครื่องมือซ่อมรถมอเตอร์ไซค์
ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนพิมพ์ท้าทายตนมาทางแชท เนื้อหาประมาณว่าเขาจะมาทำร้ายร่างกายตน หลังจากที่คุยท้าทายกันในแชท จึงได้มีการนัดเจอกัน บริเวณทางขึ้นบันไดตึก 60 ซึ่งเขากับตนอยู่ตึกเดียวกัน อยู่ชั้นล่างเหมือนกันห้องใกล้ๆกัน ตอนนั้นต่างคนก็ต่างยกกล่องเครื่องมือมา ตนก็กำลังยกมาวาง จังหวะนั้นเขาก็เข้าทำร้ายตนเลย ตอนนั้นตนจำได้ว่าเขาต่อยตนก่อนแล้วก็เตะตนหลายครั้งแล้วตนก็ร่วงลงไป หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นมาคร่อมตนแล้วก็ทำร้ายตนต่อ ตนเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงสู้กลับแทบไม่ได้เลย เขามากับเพื่อนเขา 2 คน เพื่อนเขาเป็นคนคอยกันคนนอกให้ไม่ให้เข้ามาช่วยตน เพื่อนของเขาก็พักอยู่ในนี้แต่คนละตึกกัน
หลังจากนั้นตนได้ไปเข้าแจ้งความ ที่สถานีตำรวจเพราะกลัวเขามาข่มขู่และจะไม่ได้รับความยุติธรรม แต่หลังจากนั้นเขาก็มีการเข้ามาก่อกวนตนอยู่และมีการขู่ทำร้าย เขาพูดประมาณว่าไม่มึงก็กูอยู่กันไม่ได้ ไม่มึงก็กูที่จะต้องไป เพื่อนเขาที่มาด้วยกันในวันนั้นก็คอยกันคนที่จะเข้ามาช่วยคอยผลักออก ตนกลัวว่าตนและครอบครัวจะไม่ปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้เรียกคู่กรณีไปสอบปากคำแต่อย่างใด ส่วนตนเข้าไปสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ตนกลัวว่าตนจะไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะเพื่อนผู้ก่อเหตุที่มาด้วยนั้นเป็นญาติผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ตนก็กลัวที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการตนและครอบครัวกลัวไม่ปลอดภัยเพราะพักอยู่ตึกเดียวกัน
ด้าน พ่อผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุตนไปทำงานและพอกลับมาจากทำงานตนก็ได้ข่าวว่าลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อก่อนลูกชายกับผู้ก่อเหตุสนิทสนมกันนั่งดื่มสังสรรค์ด้วยกันเป็นประจำ เขาก็อยู่ตึกเดียวกัน ตนไม่รู้เรื่องเลยว่าเขาสองคนมีปัญหาอะไรกัน ตอนแรกที่ตนกลับมาจากทำงาน คนที่ร้านค้าบอกว่าลูกชายโดนทำร้ายร่างกายตนคิดว่าไม่ใช่ลูกชายคนนี้แต่เป็นลูกชายอีกคน และไม่คิดว่าลูกชายคนนี้จะโดนทำร้ายร่างกายเพราะเขาสองคนสนิทกันมาก ตอนแรกตนคิดว่าเขาทำร้ายร่างกายกันเล็กน้อยไม่ได้มากมายอะไรแต่พอดูจากภาพแล้วมันไม่ได้นิดหน่อย
ตอนตนเห็นสภาพของลูกชายที่อยู่ในห้อง ลูกชายเจ็บไปทั้งตัว ต้องใช้น้ำแข็งประคบรอยช้ำ ตอนนั้นยังไม่ได้พาลูกชายไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นตนกับลูกชายก็มีการได้ไปคุยเคลียร์กับอีกฝ่าย แต่ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง และจะทำร้ายร่างกายกันอีกตอนแรก ตนรู้สึกไม่โอเคกับการกระทำแบบนี้ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่ลูกเลยเพราะเขาเป็นคนที่เจ็บ จะเอาอย่างไรตนก็จะสนับสนุนเต็มที่ หลังจากเกิดเหตุฝ่ายนั้นก็ไม่ได้มีการมาพูดคุยหรือเคลียร์อะไร ส่วนวันนี้ตนก็ไปสถานีตำรวจกันทั้งวัน

วิวรรธน์ I สมุทรปราการ
