จากกรณี น.ส.ชลลิตา เกตุอ่ำ อายุ 47 ปี เข้าพบพนักงานสวนเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2567 เวลาประมาณ 09:05 น. แจ้งว่า นายอดิเรก เกตุคำ อายุ 52 ปี (ผู้พิการ),นายอดิศักดิ์ โอเต็ง อายุ 23 ปี และนายนริศ เพชรล้วน อายุ 26 ปี ได้หายไปจากบ้านเลขที่ 40 ม.8 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2567 ไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด
จากนั้นผู้แจ้งได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่าได้มีรถยนต์ไม่ทราบทะเบียนเข้ามารับบุคคลทั้งสามที่บ้านเลขที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2567 เวลาประมาณ 14.15 น.จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ต่อมาเมื่อวันที่ 4 5.ค.2567 เวลาประมาณ 18.30 น.นายนริศฯ ได้ส่งตำแหน่ง GPS มาให้กับทางญาติว่าตนอยู่ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้
น.ส.ชลลิตา เกตุอ่ำ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นน้าสาวนายนริศ กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่ได้คุยกับคนที่ไปเลย ว่าเป็นยังไง แต่ตนได้คุยกับนาย นริศแล้ว ซึ่งเขาส่งGPS มาคืออยู่ปอยเปต ที่นายนริศไปปักมุดอยู่ตรงนั้น จะไปเที่ยวได่ยังไง ซึ่งนายนริสบอกกับแม่ว่า ไปทำงานลื้อบ้านที่ ราชบุรี ซึ่งตอนนี้ตัวของตนเองก็ยังไม่ได้คุยกับหลาน ตนเห็นแค่เพียงแชทเท่านั้น ในแชทก็ไม่ใช่แชทของตนเพราะตนก็ไม่มีเพื่อนเขาในเฟสบุ๊ค แต่เป็นแชทของแม่เขาและลูกสาว ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง นก็ได้เอาแชทที่คุยกันไปแจ้งตำรวจไว้
ตนไม่ได้สร้างสถานการณ์ขึ้นมา เพราะคนๆนี้ ปกติจะอยู่แต่หน้าบ้านไม่ไปไหน แล้วอยู่ๆก็หายไปไม่บอก พวกตนก็คิดว่าไปเที่ยว ไม่กลับมา ถ้าจะคิดว่าไปพักบ้านญาติหรือเพื่อน ตรงนี้ก็ไม่มีเลย ตนก็ดีใจที่มีสักคนกลับมา แต่อีก 2 คนล่ะจะเป็นจะตายยังไง เราก็ไม่รู้ และกอย่างเพิ่งได้เบอร์พี่ชาย คนที่พิการมาเมื่อวานโทรไปติดก็ไม่รับ ถ้าจะไปเที่ยว 5-6 วันก็บอกกันตนจะได้ไม่เป็นห่วง แต่นี้ไปโดยไม่บอกอะไรเลย ทุกคนก็เป็นห่วง และรถที่มารับตนก็ไม่รู้ว่ารถใคร
ก็ฝากบอกทั้ง 3 คนถ้าเกิดเห็นข่าวก็ให้กลับมาเพราะว่าทุกคนเป็นห่วง ไปไม่บอกแบบนี้กลัวเป็นอันตราย และช่วงนั้นก็ไปตอนที่เขาไปทำงานกันหมด ถ้าตนอยู่ตนก็จะถามว่าไปไหนทำไมมารับตอนนี้ เพราะพี่กับหลานบางทีก็ไปเที่ยว ตนก็มาแอะใจเพราะ 3 วันแล้ว ปกติจะกลับมาทุกวัน และตื่นตี4 และมานั่งหน้าบ้านทุกวัน พอตนกลับมาวันอังคาร ไม่เจอทำไมยังไม่กลับพ่อตนก็มาบอกว่ามีรถมารับ พอรู้แล้วตนก็ให้อีกบ้านช่วยดูกล้องวงจรปิดให้ก็พบมีรถมารับแต่ไม่เห็นทะเบียนรถ

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
