ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ ไปที่บ้านซับไทร หมู่ 15 ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ หลังได้รับเรื่องราวว่า นาย ถาวร กุลสำโรงอายุ 48 ปี มีบ้านเลขที่ 166 หมู่ 15 บ้านซับไทร ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ป่วยเป็นโรคมะเร็งในหลอดอาหารระยะสุดท้าย และผู้ป่วยห่วงบั้นปลายไร้คนดูแลลูกชายวัย 13 ปี และ ลูกสาว วัย 10 ปี กลัวว่าจะไม่มีคนดูเเล และไม่ได้รับการอบรมการศึกษา เนื่องจากไร้พ่อ หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ้งตนก็ป่วยเป็นมะเร็งในหลอดอาหารระยะสุดท้าย โดยเรื่องราวดังกล่าว ได้ถูกเปิดเผยจาก อาสากู้ภัย ประจำ อ.เทพสถิต  ได้ติดต่อประสานขอคำปรึกษาผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ให้มาช่วยเหลือนำเสนอเรื่องราวเด็กชาย และ เด็กหญิง 2 หนูน้อยยอดกตัญญู ที่ดูแลพ่อป่วยมะเร็งในกระเพราะอาหารระยะสุดท้าย

อาศัยอยู่ 2 คนที่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 15 บ้านซับไทร ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่พบบ้านหลังดังกล่าวมีผู้อยู่อาศัย 2 คน คือเด็กชาย วิทวัส กุลสำโรง อายุ 13 ปี กับ ด.ญ.วารินทร์ กุลสำโรง อายุ 10 ปี และผู้เป็นพ่อ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในหลอดอาหารระยะสุดท้าย จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า ครอบครัวไม่มีรายได้ ส่วนบ้านที่อาศัยเป็นบ้านเสาร์ไม้ชั้นเดียวมุงด้วยสังกระสีสภาพเก่าส่วนห้องน้ำก็อยู่ในสภาพทรุดโทรม และมีรอยรั่ว ฝนตกก็ลำบาก เนื่องจากผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ส่วน ผู้เป็นแม่หลังจากที่พ่อล้มป่วยลง ผู้ เป็นแม่ก็ทอดทิ้งได้หนีออกจากบ้านไป และไม่ยอมกลับมาหาลูกทั้ง 2 คนอีกเลย ทิ้งให้หนูน้อยและพ่อที่ป่วยหนักต้องเผชิญกับความลำบากและสู้กับภัยโรคร้ายมากว่า 6 เดือน ที่พ่อได้ป่วยเป็นมะเร็งในหลอดอาหาร และมาถึงวันนี้เป็นระยะสุดท้าย ปัจจุบันอาการเริ่มทรุดหนัก ต้องเดินทางไปทำเคมีบำบัดฉายแสงที่โรงพยาบาล จังหวัดนครราชสีมา เดือนละ 1 ครั้ง ปัจจุบันบางครั้งที่จะพาพ่อไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา ระยะทางกว่า 100 กม.

บางที่ก็ต้องยืมเพื่อนบ้าน และ นาง สมฤทัย กุดสำโรง อายุ 38 ปี ซึ้งมีศักดิ์เป็นน้องสาวของพ่อ คอยช่วยหยิบยื่นช่วยเหลือบางเวลาช่วยเหลือค่าเดินทางเป็นบางครั้ง รวมทั้งมีผู้ใจบุญที่เห็นความเป็นอยู่ของหนูน้อยทั้ง 2 คน ก็เดินทางมาเยี่ยมดูอาการได้มอบเงินให้เป็นครั้งคราว และ นำอาหารมาแบ่งปันบ้างแต่ก็ไม่เพียงพอ ด้วยนายถาวร กุลสำโรง ผู้เป็นพ่อของหนูน้อยที่ป่วยไม่สามารถออกไปทำงานหาเลี้ยงได้ รวมทั้งไม่มีเรี่ยวแรงที่จะประกอบอาหารให้ลูกๆทั้ง 2 ได้รับประทาน บางทีก็มีเพื่อนบ้านนำอาหารมาแบ่งปันบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอ ตอนนี้นายถาวร กุลสำโรง ผู้เป็นพ่อไม่ รับประทานได้ส่วนทางด้านเด็กชายวิทวัส และ เด็กหญิงวารินทร์ ต้องช่วยกันทำอาหารกินเองพอประทังชีวิตได้จากการต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ ไข่ทอด เป็นประจำ

นาย  ถาวร บอก กับนาง สมฤทัย ผู้เป็นน้องสาวว่า ตอนนี้รู้ตนเองว่าป่วยเป็นมะเร็งในหลอดอาหาร ระยะสุดท้ายแล้ว จึงห่วงอย่างเดียวว่าลูกชาย และ ลูกสาวคนเล็ก จะไม่ได้เล่าเรียนจะไม่ได้รับการศึกษา ประกอบกับตนจะช่วยเหลือตัวเองยังยากแล้ว อยากวิงวอนชวยเหลือตนให้หมดห่วงเรื่องการศึกษาของลูก ที่คอยดูแลตนเองอยู่ ซึ้งหนูน้อยทั้ง 2 คนตอนนี้อยากจะขอเมตตาและสายธารน้ำใจจากผู้ที่ใจบุญบริจาคผ่านบัญชี เลขที่ 020145109441 ชื่อ เด็กชาย วิทวัส กุลสำโรง ธนาคาร ออมสิน หรือ จะบริจาคเป็น ข่าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เเพ็มเพิส เพื่อใช้ผลัดเปลี่ยนให้พ่อ ด้านความรู้สึกของ 2 พี่น้องหนูน้อยยอดกตัญญูในความรักความสงสารพ่อและให้ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้พ่อได้อยู่ใช้ชีวิตอยู่กับลูกทั้ง 2 ให้นานที่สุด

วรากร I ชัยภูมิ