ตามที่ประเทศไทย ได้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและคุณภาพอากาศ ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบัน สถานการณ์จุดความร้อนและค่าคุณภาพอากาศทางภาคเหนือ เริ่มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิง และการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ทางการเกษตร รวมถึงปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีปริมาณสูงขึ้น อีกทั้งประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาว ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง ประกอบกับสภาพอากาศปิด ลมสงบนิ่ง จึงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศโดยรวมของพื้นที่ภาคเหนือค่อนข้างมาก นั้น
ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 และทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาและร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ในการลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนืออย่างจริงจัง รวมทั้งได้วางแผนในการควบคุมการเผา และการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ในพื้นที่ภาคเหนือ (ข้อมูลจาก ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 ณ วันที่ 26 ม.ค. 68) ดังนี้
- เชียงราย ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2568
- เชียงใหม่ ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 มกราคม – 15 พฤษภาคม 2568
- น่าน ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2567 – 15 พฤษภาคม 2568
- พิจิตร ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 9 ธันวาคม 2567 – 30 เมษายน 2568
- พิษณุโลก ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2568
- เพชรบูรณ์ ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2568
- แพร่ ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2568
- พะเยา ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์ – 20 เมษายน 2568
- ลำปาง ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 มกราคม – 15 พฤษภาคม 2568
- ลำพูน ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568
- สุโขทัย ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2568
- อุตรดิตถ์ ระยะเวลาห้ามเผา ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2568
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืนและถาวรได้นั้น ต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหา โดยจะต้องประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เกิดจิตสำนึกมีความรักและหวงแหนป่าไม้ในบ้านเกิด รวมถึงให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดจนต้องมีการวางแผนในให้เป็นระบบแบบแผนตามลำดับขั้นตอนได้อย่างมั่นคงและทันท่วงที

