จากกรณีเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 68 น.ส.เบญจพร จิบกระโทก อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Samsung A23 5G และกระเป๋าสตางค์ของตนหายไป หลังเผลอลืมวางไว้บนตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า บริเวณหน้าตึก 47 ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 14.30 น.
นางสาวแสงเดือน ฉิมสำโรง อายุ 47 ปี ผู้เป็นมารดาของ น.ส.เบญจพร เปิดเผยว่า มีหญิงปริศนาโทรมาแจ้งว่านำโทรศัพท์มือถือของลูกสาวไปคืนที่สำนักงานนิติบุคคลของหมู่บ้าน โดยอ้างว่าแม่ของตนเป็นคนหยิบไป ซึ่งทำให้ครอบครัวรู้สึกแปลกใจและยังติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน น.ส.เบญจพร เจ้าของโทรศัพท์ เล่าว่า หลังจากตนร้องเรียนผ่านสื่อและโพสต์เฟซบุ๊กประกาศตามหาโทรศัพท์เมื่อคืนที่ผ่านมา ต่อมาก็มีสายโทรเข้ามา โดยปลายสายอ้างว่าแม่ของตนเป็นคนเก็บโทรศัพท์ไป แต่ไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์ เพราะตรวจดูแล้วว่าไม่มีทรัพย์สินมีค่า ต่อมาช่วงเช้า นิติบุคคลของหมู่บ้านได้โทรแจ้งว่า มีคนนำโทรศัพท์มาคืนไว้ที่สำนักงานนิติ ซึ่งตนจึงรีบเดินทางไปรับคืน แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับผู้ที่นำมาคืนได้อีก
นางสาวแสงเดือน กล่าวว่า ดีใจที่ได้โทรศัพท์ของลูกสาวคืนมา เพราะหากต้องซื้อใหม่ก็ต้องเสียเงินอีกเกือบ 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม ตนยังคาใจกับคำพูดของคนที่โทรมา ซึ่งอ้างว่าแม่ของเขาเป็นคนหยิบโทรศัพท์ไป และยืนยันว่าไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์ไปเพราะเปิดดูแล้วเห็นว่าไม่มีอะไร ซึ่งคำพูดแบบนี้ไม่ควรพูดออกมาเลย เพราะถ้าในกระเป๋าสตางค์มีทรัพย์สินมีค่า ก็คงถูกหยิบไปแล้ว เรื่องนี้เจตนามันชัดเจนอยู่แล้วว่ามีการตั้งใจเอาทรัพย์สินไปจริง ๆ ไม่ใช่แค่การหยิบไปเฉย ๆ
หากยังไม่สามารถพบตัวคนที่นำโทรศัพท์ไป และยังไม่ได้รับการขอโทษอย่างเป็นทางการต่อหน้า ตนจะไม่ยอมความเด็ดขาด พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
