ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว กรณี ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่พบมวลชนคนเสื้อแดงภาคเหนือล่างที่ จ.พิษณุโลก โดยใช้พื้นที่พบปะกันที่บริเวณหอประชุมใหญ่อนุสรณ์ 100 ปี คุณย่า ประสาท รักเลี้ยง ของมหาวิทยาลัยพิษณุโลก ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนคนเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่าง ทั้ง จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.อุตรดิตถ์ จ.กำแพงเพชร จ.ตาก จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี และ จ.สุโขทัย ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม และให้การต้อนรับ นาย ทักษิณ ฯ ในงาน เรื่องเล่า “ประสบการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของมวลชน” โดยก่อนหน้าที่ นาย ทักษิณ ฯ จะเดินทางมาถึง ได้มีการร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่จัดเป็นแบบโต๊ะจีนไว้ 180 โต๊ะ รองรับมวลชนคนเสื้อแดงได้ถึง 1,200 คน
โดยเวลา 11.00 น. กลุ่มเกษตรกรชาวนาจังหวัดพิจิตร นำโดย นายพิพัฒน์ ทองประจักษ์ อายุ 49 ปี ได้เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยพิษณุโลก เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือเรื่อง เงินค่าข้าวที่ยังไม่ได้รับจากโครงการจำนำข้าวปี 48/49 ซึ่งเป็นจำนวนเงินกว่า 58 ล้านบาท ครอบคลุม 464 ครัวเรือน ใน 7 อำเภอ ของจังหวัดพิจิตร โดยระบุว่าเงินดังกล่าวติดอยู่ที่ องค์การคลังสินค้า และยังไม่ได้รับการจ่ายมาเป็นเวลา 19 ปี (ตั้งแต่ปี 2549 – 2568) อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรชาวนาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบสกัดไม่ให้เข้าภายในบริเวณงาน แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังตัวแทนของนายทักษิณ เพื่อรับหนังสือร้องเรียนแทน
จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. นาย ทักษิณ ฯ ก็ได้เดินทางมาถึง ก็ได้พบกับกลุ่มแกนนำ ซึ่งนำโดย นาย ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ที่ได้ขึ้นไปปราศรัยอยู่บนเวที และกล่าว ยินดีต้อนรับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 23 ที่มาพบปะมวลชนคนเสื้อแดง ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างในวันนี้ ท่ามกลางเสียงปรบมือกระหึ่มหอประชุม บ้างก็ขอถ่ายรูป มอบดอกกุหลาบสีแดง ขอจับมือ และสวมกอด บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น และได้ขึ้นไปบนเวที แล้วปราศรัย กับมวลชน ที่นั่งฟังอยู่ในห้องประชุม
นายทักษิณ กล่าวว่า เคยมาที่ จ.พิษณุโลก เมื่อ 20 ปี ที่แล้ว นั่งรถมาเห็นว่า บ้านเมืองยังเจริญเติบโตไปได้ช้า ตนจึงขอปวารณาตนว่า ในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ รัชกาลที่ 10 นั้น จะพยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อ พัฒนาประเทศให้มีความศิวิไลดั่งคำทำนายให้ได้ ซึ่งพระองค์ทรงมีพระเมตตาสูงมาก ตนจะไม่ทำให้พระองค์ทรงเป็นห่วงประเทศชาติ พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในเวลาอีก 2 ปีที่เหลือ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอีก สมัยหนึ่ง ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศโดยรวมได้ทั้งหมดแน่
ตนถูกมองว่าเป็น สทร. คือ เสือกทุกเรื่อง แต่ถ้าหากเสือกแล้วทำให้ประเทศดีขึ้น สทร.ก็จะเป็น สุดที่รักทันที
ขณะนี้ตนได้มองถึงเรื่อง AI.ที่เป็น เทคโนโลยีใหม่หากเรานำมาพัฒนาประเทศจะเป็นสิ่งที่ดี คนไทยทุกคนควรเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ได้ เช่น ดิจิตอลวอลเลต ที่กำลังจะจ่ายให้เฟส 3 เงินจะเดินในระบบ จะทำให้เศรษฐกิจถูกกระตุ้นได้ เพราะคนรุ่นใหม่ ๆ เก่งการใช้เทคโนโลยี ดิจิติลวอลเลต จะกลางเป็นประเป๋าเงินทางเทคโนโลยีที่สำคัญของคไทยทุกคนในอนาคต แต่ตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นขัดนัก ให้รออีกสักระยะหนึ่งจะดีขึ้น
ผมกลับมาได้เพราะพระเมตตา เพราะฉะนั้นให้รู้เลยว่าชีวิตผมต้องถวายพระเจ้าอยู่หัว เพราะท่านมีพระเมตตาให้ผม ให้ผมได้กลับมาสู่ผืนแผ่นดินไทย ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอยู่กับพี่น้องที่ไม่เคยลืม ผมจะกลับมาทำงานให้กับบ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองในยุคพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เป็นยุคศิวิไลซ์เหมือนคำทำนาย เพราะฉะนั้นจะศิวิไลซ์ได้ต้องอาศัยพลังของพี่น้องต้องช่วยกันให้การเมืองแข็งแกร่งบริหารประเทศด้วยปัญญา ด้วยความถูกต้อง บ้านเมืองจะไปได้ดี ลูกหลานเราก็จะสบาย
ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเยอะเหลือเกิน ทำอย่างไรจะให้หนี้คนไทยลดลงได้ ตนก็ได้คิดดังๆว่า ย้ำว่าแค่คิดดังๆนะ ยังไม่ได้ทำ เราคิดว่าต่อไปเราจะซื้อหนี้ทั้งหมดของประชาชน ออกจากระบบธนาคารดีไหม แล้วให้ประชาชนค่อยๆผ่อน แล้วไม่ต้องชำระเต็มจำนวน มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ยกออกจากเครดิตบูโรให้หมดให้เป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่องทำมาหากินใหม่ สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินรัฐบาล เพราะว่าผมสามารถที่จะให้เอกชนลงทุน วันนี้รัฐบาลเป็นหนี้เยอะ เราเข้ามาหนี้ก็บานตะไทแล้ว จะขยับอะไรทีก็เป็นหนี้ไปหมด เราต้องสร้างหนี้ให้น้อยที่สุด แล้วก็สร้างโอกาสให้คนไทยมากที่สุด พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ต้องทำ
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูด นายกฯพูด พรรคเพื่อไทยพูด เราทำแน่นอนแต่ทำวันนี้มันไม่เหมือนสมัยอยู่ไทยรักไทย เพราะพรรคเรามีขนาดเล็กลง มีรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงน้อยลง รัฐมนตรีผสม ทำงานด้วยกันไม่คล่องตัว พยายามทั้งนวดทั้งบีบให้ช่วยทำงานหน่อย พ่อมหาจำเริญช่วยทำงานหน่อยเถอะ
ที่ผ่านมาใครจะว่าผมอย่างไรผมปล่อยวางหมดแล้ว โลภ โกรธ หลง ปล่อยวางไปนานแล้ว อยากบอกให้พี่น้องคนเสื้อแดงทั้งหลาย กลับบ้านไปบอกคนที่บ้าน เรื่องปัญหาของประเทศผมรับไว้ แล้วรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่กระบวนการ การแก้ปัญหาต้องใช้เวลา และยากกว่าเดิมเพราะทหารวางระบบไว้เลอะพอสมควร แย่พอสมควร ปฏิบัติที่ก็ถอยไปที ปฏิวัติทีก็ถอยไปที ยอมรับว่ายาก แต่ไม่เหนือว่าความพยายาม เราต้องสู้ เราต้องทำให้ได้
จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกับกลุ่มมวลชนคนเสื่อแดง ก่อนเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

