นายไพเวช จำนงค์จิตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านหนองหล่ม ต.หนองแวง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว พร้อมด้วย ลูกบ้านกว่า 200 คน ต่างคนต่าง ถือป้ายมีข้อความต่างๆ เพื่อร้องเรียน ให้หมู่บ้านหนองหล่ม กลับมาอยู่ในเขตการปกครองของตำบลหนองแวง และไม่ขอไปอยู่ในการปกครองตำบลโนนหมากเค็ง เพราะต้องเดือดร้อนในหลายๆด้าน โดยพาลูกบ้านถือป้ายไปตามถนนการเกษตรและถนนซอยในหมู่บ้านไม่มีการพัฒนาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อภาษีก็เสียแต่ตำบลโนนหมาเค็งไม่เคยมาเหลียวแลอีกด้วย

ทั้งนี้ นายไพเวช จำนงค์จิตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านหนองหล่ม ต.หนองแวง อ.วัฒนานคร เปิดเผยว่า ด้วยเมื่อปี พ.ศ. 2514 – 2541 มี การประกาศแบ่งแนวเขตหมู่บ้านตำบลระหว่างสองตำบล คือตำบลหนองแวงและตำบลโนนหมากเค็ง ก่อนที่จะแบ่งให้เป็นตำบลหนองแวง ได้ยกระดับหมู่บ้าน มีจำนวนหมู่บ้าน คือหมู่ที่ 1- 6 ยกให้ขึ้นตำบลหนองแวงทุกหมู่ ไม่มีการแบ่งแยกออกจากกันในแต่ละหมู่ และเมื่อ 2541 มีการประกาศแบ่งแนวเขตระหว่างตำบลหนองแวงกับตำบลโนนหมากเค็ง และหมู่บ้านหนองหล่ม ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารมาก่อนและไม่ติดประกาศให้รับรู้ โดยมีการปกปิดข้อมูลเพื่ออำนวยผลประโยชน์ ซึ่งทำให้ชาวบ้านหนองหล่มเข้าใจว่าอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองแวงทั้งหมู่บ้าน

 

จึงทำให้ได้รับผลกระทบเดือดร้อนด้านการใช้ชีวิตประจำวัน ด้านสุขภาพ ด้านทำการเกษตร รวมทั้งการพัฒนาเป็นบางส่วนของหมู่บ้าน หนองหล่ม โดยตามประกาศแล้วหมู่บ้านส่วนหนึ่งขึ้นอยู่ที่ตำบลโนนหมากเค็ง ในระหว่างปี 2514- 2541 ก็ มีตำบลหนองแวงเข้ามาดูแล ซึ่งทำให้ชาวบ้านหนองหล่มเดือดร้อนได้รับผลกระทบและไม่ได้รับความเป็นธรรมในระหว่างสองตำบล ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความต้องการขึ้นอยู่กับตำบลหนองแวง เพราะไปมาด้วยความ สะดวกสบาย ซึ่งตำบลโนนหมากเค็งอยู่ไกล มีความลำบากในการไปติดต่อราชการ ในปี 2555 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง ได้ทำการฟ้องร้องระหว่างอำเภอ จังหวัด และกระทรวงมหาดไทย ที่ศาลปกครองจังหวัดระยอง

จึงทำให้หมู่บ้านหนองหล่มที่ประกาศระเบียบที่เป็นข้อกฎหมายออกมาใช้บังคับ ทำให้ชาวบ้านหนองหล่มประมาณ 80% ได้รับความเดือดร้อน และมีการร้องขอแบ่งแนวเขตหมู่บ้านจากตำบลโนนหมากเค็ง และขอร้อง แก้ไขแนวเขตหมู่บ้านหนองหล่ม แต่ตำบลโนนหมากเค็งกลับคำว่าเสียดินแดนให้กับหมู่บ้านหนองหล่ม ตามปกติพื้นที่ที่จะขอคืนนั้นเป็นพื้นที่ของหมู่บ้านหนองหล่ม ที่มีพื้นฐานทำการเกษตรมาก่อน และเป็นพื้นที่ของหมู่บ้านหนองหล่มทั้งหมด

 

นายไพเวช จำนงค์จิตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.หนองแวง เปิดเผยอีกว่า ต่อมาภายหลังองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง ได้อ้างประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง แต่งตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลโนนหมากเค็งท้องที่อำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2514 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แต่งตั้งและเปลี่ยนเขตตำบลในท้องที่อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ลงวันที่ 27 เมษายน 2541 ว่าแนวเขตทั้งสองตำบลใช้เส้นกึ่งกลางถนนวัฒนานคร-แซร์ออ เป็นแนวแบ่งเขตตำบล

ทำให้พื้นที่ทางทิศตะวันตกของถนนวัฒนานคร-แซร์ออ อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลโนนหมากเค็ง แต่ข้อเท็จจจริงในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ องค์การบริหารส่วน ตำบลหนองแวง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลมาตลอดตั้งแต่มีการจัดตั้งเป็นองค์การบริทารส่วนตำบลหนองแวงเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลมาตลอดประกอบกับครัวเรือนราษฎรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว มีบ้านเลขที่ที่ขึ้นตรงต่อบ้านหนองหล่ม หมู่ 4 ตำบลหนองแวง และชำระภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีป้าย ให้แก่องค์การบริหาร ตำบลหนองแวง มาโดยตลอด

 

รวมทั้งเมื่อมีการเลือกตั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และผู้ปกครองท้องที่ ราษฎรก็ได้มาเลือกตั้งในเขตหมู่บ้านหนองหล่มทุกครั้ง ประกอบกับประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์และมีความประสงค์จะขึ้นตรงต่อตำบลหนองแวง เพื่อความสะดวกในการรับบริการจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวงและเมื่อเกิดเหตุต่าง ๆ ผู้ปกครองท้องที่ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงสถานีตำรวจภูธรบ้านทับใหม่โนนหมากเค็ง ระยะทางอยู่ห่างไกลประมาณ 22 กิโลเมตร ซึ่งสถานีตำรวจภูธรวัฒนานคร มีระยะทาง 6 กิโลเมตร เท่านั้น กระทรวงมหาดไทย ขอความช่วยหลือให้อำเกอวัฒนานคร และจังหวัดสระแก้ว ในการดำเนินการแก้ไขประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของราษฎรหมู่ที่ 4 บ้านหนองหล่ม และหมู่ที่ 3 บ้านบุกะสังบางส่วน พัฒนาโครงสร้างพู้นฐานต่าง ( ทางด้นทิศตะวันตกของถนนวัฒนานคร-แซร์ออ

เนื่องจาก บางส่วน ซึ่งระยะเวลาผ่านมานานหลายปี โดยไม่ได้รับการแก้ใขปัญหาความเดือดร้อนแต่อย่างใด ทำให้เกิด แนวเขตไม่ขัดเจน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนในเรื่องถนนที่ใช้ในการเกษตรและงบประมาณต่าง ๆ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง ได้นำเรื่องส่งฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้แก้ไขประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของราษฎรซึ่งในการออกประกาศของกระทรวงมหาดไทย ราษฎรไม่มี ในการกำหนดแนวเขตแต่อย่างใด ในการนี้ ข้าพเจ้า ผู้ใหญ่บ้านหนองหล่ม หมู่ที่ 4 และราษฎรหมู่ที่ 4 ตำบลหนองแวง อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว จึงขอความอนุเคราะห์ท่านในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร หมู่ที่ 4 บ้านหนองหล่ม และหมู่ที่ 3 บ้านบุกะสัง บางส่วน ให้ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องแนวเขตและ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป

ด้าน นางสมพร ถาวรยิ่ง อายุ 59 ปี เลขที่บ้าน173 หมู่ 4 ต.หนองแวง เล่าว่า ด้วยชาวบ้านหนองหล่ม หมู่ที่ 4 ตำบลหนองแวง อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ได้รับความเลือดร้อนจากการไม่ได้รับการพัฒนาถนนที่ใช้สัญจรในการทำเกษตรทางด้านทิศตะวันตกของ ถนนวัฒนานคร แชร์ออ และการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีปัญหาเรื่องแนวเขต โดยองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหมากเค็ง อ้างว่าพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านหนองหล่ม อยู่ในเขตพื้นที่ของตนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2542 แต่ไม่มีการเข้ามาดำเนินการพัฒนาแต่อย่างใด ราษฎรไม่ได้รับความสะดวก และไม่ยอมรับที่จะขึ้นต่อเขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลโนนหมากเค็ง หมู่ที่ 1 เนื่องจากมีพื้นทำการเกษตรและบ้านเรือนอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของถนนวัฒนานคร-แซร์ออ และเอกสารสิทธิ์ในที่ดินขึ้นเป็นเขตพื้นที่ตำบลหนองแวง

ซึ่งก่อนที่จะแยกออกจากตำบลโนนหมากเค็งมาเป็นตำบลหนองแวง ได้ใช้เขตคลองอีพุด เป็นเส้นทางแบ่งเขดหมู่บ้าน และแยกหมู่ที่ 4 ตำบลโนนหมากเค็งทั้งหมู่ มาเป็นหมู่ที่ 4 ตำบลหนองแวง ทั้งสองหมู่บ้านและตำบลต่างตกลงกันใช้คลองอีพุดเป็นเขตตำบลและเขตหมู่บ้าน ซึ่งมีอดีตผู้นำและผู้อาวุโสเป็นพยานในขณะนั้นยังมีชีวิตอยู่

อดิศักดิ์ I สระแก้ว