นายเวหา แสนชนชนะ อายุ 37 ปี ชาวพิษณุโลก นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ท.บรรจง หนูหว้า สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำให้บุคคลอื่นได้รับโทษทางอาญา หลังจากที่ตนเองเคยถูก ผกก.โจ้ อุ้มไปกักขังและทำร้ายร่างกาย เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2563 ในระหว่างที่นายเวหากำลังจะจัดกิจกรรมการชุมนุม “พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ”

โดย นายเวหา เปิดเผยว่า  ตนได้เตรียมจัดกิจกรรมการชุมนุม  อยู่ที่บริเวณริมแม่น้ำน่านในตัวเมืองพิษณุโลก ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจน์มาฉุด กระชากนำตัวขึ้นรถ และครอบศีรษะด้วยถุงผ้า แล้วพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัว ตนได้ถูกทำร้ายร่างกาย เช่น การชกต่อยที่ใบหน้า การเตะที่หน้าอก และการกระทืบด้วยเท้าตามส่วนต่างๆของร่างกาย ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจน์จะนำตัวตนมาทิ้งยังจุดเดิมบริเวณริมแม่น้ำน่าน

หลังกลับมายังที่พักตนได้โพสต์เรื่องราวผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ว่าตนถูกคุกคาม และไม่ทราบว่าบุคคลที่รุมทำร้ายเป็นใคร แต่จำหน้าได้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาหาที่บ้านพัก ก่อนจับกุม และถูกนำตัวไปที่ห้องสืบสวน จากนั้นมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่าทางตำรวจได้จับกุมตัวผู้กระทำความผิดในฐานความผิด ปล่อยเฟคนิวส์เรื่องการอุ้มแกนนำจัดกิจกรรม ทั้งนี้ตนถูกตั้งข้อกล่าวหาตามความผิดอาญามาตรา 116 ถูกนำตัวฝากขังที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก

และถูกปล่อยตัวออกมาในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เนื่องจากอัยการจังหวัดพิษณุโลก มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี กระทั่งเวลาผ่านไปจนเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2564 ขณะที่ตนร่วมกิจกรรมของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ในกิจกรรมประชาราษฎร์เฟสติวัล ได้มีผู้มาแจ้งกับตนว่า คนที่อุ้มเราในวันนั้นคือผู้กำกับโจ้ จากนั้นจึงเช็กข่าวสารผ่านสื่อ พบว่าผู้กำกับโจ้เป็นบุคคลที่มีใบหน้าคล้ายกับที่เคยทำร้ายตน เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2563 ผู้กำกับโจ้ เคยอยู่ในชุดสืบสวนของ ภ.จว.พิษณุโลกมาก่อน จึงเดินทางมาที่กองปราบปราม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดี