นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวจับกุมการลักลอบนำเข้าโคเคน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 4 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท และ จับยาไอซ์ ลักลอบนำออก น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 4.2 กก. มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท  ณ ที่ทำการศุลกากรหน่วยปราบปรามยาเสพติดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรมีหน้าที่อำนวยความสะดวกทางการค้า และปกป้องสังคม ให้ปราศจากการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด  จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมศุลกากร เพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษในการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดให้โทษ  และมีการบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ป.ป.ส. บช.ปส. ศรภ. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สถานทูตต่าง ๆ องค์การตำรวจสากล (Interpol) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (Drug Enforcement Administration: DEA) เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวระหว่างกัน

โดยสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 กรมศุลกากรร่วมกับชุดปฏิบัติการ AITF (AIRPORT INTERDICTION TASK FORCE) ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าจะมีหญิงไทย นางสาว พรพิพัฒน์  (ของสงวนนามสกุล ) อายุ 26 ปี ชาว กรุงเทพมหานคร   เดินทางจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ อาจมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ จึงได้ติดตามและทำการตรวจค้นขณะผ่านช่องตรวจผู้โดยสารไม่มีของต้องสำแดง (ช่องเขียว) บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 4 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางชนิดลากจูงขนาดเล็ก มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท จึงนำตัวพร้อมของกลางมาสอบสวน

จากการสอบสวน นางสาว พรพิพัฒน์  (ของสงวนนามสกุล ) อายุ 26 ปี ชาว กรุงเทพมหานคร  ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับค่าจ้างในการขนยาเสพติด จำนวน 1 แสนบาท  จากเครือข่ายค้ายาเสพติดชาวแอฟริกันตะวันตกให้ เดินทางจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ พร้อมกระเป๋าเดินทางชนิดลากจูงขนาดเล็ก กลับมาประเทศไทย และจะมีคนมาติดต่อรับกระเป๋าอีกที แต่มาถูกจับเสียก่อน

ด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพยายามทำการขยายผลจับกุมไปยังผู้บงการ แต่ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากผู้สั่งการมีการระวังตัวตลอดเวลา ทั้งนี้ เป็นความผิดตามมาตรา 244 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 252 แห่ง พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จึงทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจยาเสพติดต่อไป

และในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 22.30 น. กรมศุลกากรร่วมกับชุดปฏิบัติการ AITF (AIRPORT INTERDICTION TASK FORCE) ร่วมกันตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ลงทะเบียนระหว่างประเทศ ต้นทางประเทศไทย ปลายทางประเทศออสเตรเลีย สำแดง (แสดง) สินค้าเป็น Toner cartridge  ผลการตรวจสอบพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์ (เมทแอมฟาตามีน) ลักษณะเป็นเกร็ดขาวขุ่น ซุกซ่อนในตลับหมึกพิมพ์ จำนวน 20 กล่อง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 4,270 กรัม มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อันเป็นความผิดตาม มาตรา 244 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จึงได้ดำเนินการจับกุมพร้อมทั้งประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผล และส่งคดีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วิวรรธน์ I สมุทรปราการ