นายไกสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านที่ถูกไฟไหม้ บริเวณซอยหลังอู่เคราบริการ ในเขตตำบลหนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จากกรณีหนุ่มเมียทิ้ง มีอาการคลั่งยาบ้าก่อเหตุเผาบ้านตัวเองวอดทั้งหลัง และขู่ฆ่าคนในบ้าน ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ด้วยอีก 5 ชีวิต ต้องหวาดกลัวไม่กล้ากลับเข้าบ้าน ไร้ที่อยู่อาศัยทั้งคุณยายวัย 86 ปี คุณแม่ วัย 58 ปี และหลานสาวอีก 3 คน หลังก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมหนุ่มคลั่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิพร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กระทรวง พมจ.ชัยภูมิ เจ้าหน้า อบต.หนองนาแซง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พบกับนางล้วน โชคศิริ คุณยายวัย 86 ปี กับหลานสาวคนโต อายุ16ปี น้องโบว์ น.ส.อุไรพร โชคศิริ ซึ่งพบว่าคุณยายยังมีอาการหวาดกลัว กลัวว่าหลานชายจะหนีออกมาทำร้าย แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้ส่งตัวไปฝากขังในเรือนจำแล้ว ผู้ว่าฯชัยภูมิ ได้เดินสำรวจสภาพที่อยู่อาศัยชั่วคราว ของยายและหลานสาว พบว่ามีสภาพไม่ปลอดภัย ทั้งอากาศก็หนาวเย็น จึงขอให้คุณยายกับหลานไปพักในศูนย์ราชการกระทรวง พมจ.ชัยภูมิ เป็นการชั่วคราว เพื่อที่จะได้ระดมกำลังกันเข้ามาสร้างบ้านให้ใหม่ แต่คุณยายไม่ยอมไปเป็นห่วงบ้าน ล่าสุด นางนาฏ โชคศิริ อายุ 58ปี เป็นผู้เป็นแม่ของหนุ่มคลั่ง และเป็นลูกสาวของคุณยายได้เดินทางกลับจากค้าขาย มาช่วยพูดคุย จนคุณยายยอมไปอยู่อาศัยกับบ้านเพื่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาเคลียร์บริเวรพื้นที่และเร่งก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยระดมกำลัง อส.และจิตอาสา ในหมู่บ้าน มาช่วยออกแรง ส่วนวัสดุทางจังหวัดจะหามาสนับสนุนให้ ส่วนข่าวว่าครอบครัณคุณยายติดโควิด-19 ทางสาธารณสุขตรวจแล้วไม่พบแต่อย่างใดนอกจากนี้ยังให้ความช่วยเหลือน.ส.อุไรพร โชคศิริ ซึ่งจบภาคบังคับ ม.3 แล้ว แต่ไม่มีเงินเรียนต่อผู้ว่าฯได้รับว่าจะช่วยการศึกษาให้ได้เรียนต่อสูงขึ้น ตามความประสงค์ และได้มอบเงินจำนวนนวน ช่วยเหลือครอบครัวคุณยายเป็นการเบื้องต้นด้วย พร้อมประสานการประปาภูมิภาคชัยภูมิ ขยายเขตบริการเข้ามาด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีประปาใช้

นายไกสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่าหลังทราบข่าวรายนี้ได้ประสานกับเหล่ากาชาด นายอำเภอเมือง นายอำเภอจัตุรัส เร่งช่วยเหลือเบื้องต้นนำคุณยายกลับมาพักที่บ้านพักเด็กก่อน เมื่อเช้าเหล่ากาชาดได้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามาให้การช่วยเหลือเบื้องต้น จากเหตุการณ์นี้หลายหน่วยงานมีความเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทรโอชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านอยากให้ลงมาดูแล้วก็ ให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องของการการสร้างที่อยู่อาศัย ในเบื้องต้นได้หารือกับยายแล้ว มีข้อตกลงร่วมกันว่า ก็อยากจะให้รื้อบ้านหลังนี้ที่ไฟไหม้เพราะว่าคงสภาพนี้นอกจากจะอันตรายแล้วยังส่งผลกระทบด้านจิตใจ แล้วก็ยายก็ไปชี้จุดที่จะดำเนินการก่อสร้างบ้านให้ใหม่ ทางอำเภอร่วมกับอบต.ในพื้นที่จะมาเคลียร์ภายในวันหยุดแล้วอาทิตย์หน้าจะเริ่มลงมือก่อสร้างในระหว่างนี้เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาวในสภาพกลางทุ่งลมมันพัด ก็เลยให้ยายไปอยู่ที่ บ้านพักเด็กและครอบครัวของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ ช่วยการก่อสร้างก็จะเชิญยายมาดูเป็นระยะ เอาความพึงพอใจของทางคุณยายเป็นหลัก ว่าจะพอใจกับบ้านเรือนที่เราดำเนินการก่อสร้างให้หรือไม่ อันนี้ก็เป็นเป็นแนวทางที่ที่จังหวัด จะให้ความช่วยเหลือ ส่วนเรื่องลูกหลานเขาตอนนี้ก็สอบถามก็มีปัญหาอยากเรียนต่อ มีปัญหาความยากจน ก็จะ รับปากว่าจะดำเนินการเรื่องการการศึกษาให้กับลูกหลานเขาเพื่อให้เขาสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ส่วนการดำเนินคดีผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกชายยายที่เป็นคนก่อเหตุ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัว ตอนนี้ฝากขังไว้ที่เรือนจำ ระหว่างทางทำสำนวนส่งฟ้อง คุยกับยายทราบว่าลูกชายยาย มีประวัติเคยติดยาเสพติด ยังไงก็ตามตอนจับกุมได้ทำการตรวจหาสารเสพติดก็ไม่พบ เขาน่าจะมีปัญหาเรื่องเป็นผู้ป่วยโรคจิตจากการเสพยาซึ่งทางคุณหมอสาธารณสุขจังหวัด จะส่งทีมงานจิตแพทย์ประสานกับทางเรือนจำในการ ประเมินสภาพจิตใจอีกครั้งนึง ว่าจะอยู่ในขั้นที่จะเยียวยารักษาได้เราก็จะ ส่งกลับสู่สภาพปกติ ปกติคนที่ก่อเหตุก่อนหน้านี้เป็นคนดีมาก รัก ครอบครัว ปรากฏว่ามีปัญหาครอบครัวภรรยาทิ้ง ก็เลยอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาหันไปหายาเสพติดต้องประเมินว่าอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขได้หรือไม่ ประเด็นเรื่องชาวบ้าน ว่ากลัวว่าครอบครัวยายจะติดโควิด ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้ทำการตรวจ ATKแล้ว ผลเป็นลบทั้งหมด








วรากร I ชัยภูมิ
