ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรได้มีนโยบายให้มีการบูรณาการในการดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม และจับกุมขบวนการการลักลอบนำเข้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง นั้นมีผลสรุปการปราบปรามการลักลอบนำปศุสัตว์ผิดกฎหมาย เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ โดยมีเหตุการณ์การจับกุมและปราบปรามที่สำคัญ ในห้วงที่ผ่านมา ดังนี้ 

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 23.30 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจาก กองร้อยทหารราบที่ 711 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ กำลังลาดตระเวนตรวจ มาถึงช่องทางธรรมชาติพื้นที่บ้านกุงไม้สัก ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้พบรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จำนวน 1 คัน และรถยนต์กระบะอีก 1 คัน พร้อมทั้งชาย 3 คน บรรทุกโคหลายตัว ผ่านมาที่จุดตรวจ จึงให้หยุดรถแล้วทำการตรวจสอบ ผลการดำเนินการพบว่ามีโคตัวผู้จำนวนทั้งสิ้น 25 ตัว อยู่บนรถยนต์ดังกล่าว แต่ทั้งคนขับรถและคนที่มาด้วย นั้น ไม่มีเอกสารหลักฐานการอนุญาตให้เคลื่อนย้ายสัตว์ดังกล่าวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาและโคทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

ทั้งนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 มีความตระหนักถึงการป้องกันเชื้อโรคระบาดสัตว์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะโรคลัมปีสกิน ซึ่งอาจติดมากับสินค้า      ปศุสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด และมีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชน จึงได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดน ได้เฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย จากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอาจจะนำพาโรคดังกล่าว เข้ามาในประเทศเพิ่มเติมอีก รวมทั้งเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติในการเก็บภาษีอากร และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างจริงจัง ซึ่งหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการนำปศุสัตว์ผิดกฎหมายหรือมีเบาะแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการปราบปรามและการสกัดกั้นอย่างเป็นรูปธรรมตามกฎหมาย อีกทั้งหาก      พี่น้องประชาชนมีความประสงค์จะส่งข้อมูลเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ให้กับ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบApplicationsLine ชื่อ “สายตรงแม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป