ที่ศูนย์เรียนรู้สถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผวจ.อุดรธานี เป็นประธานเปิดงาน “วันดินโลก” ประจำปี 2564 “พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร” Halt soil salinization, boost soil productivity” กล่าวสดุดีน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรตีคุณ ในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันดินโลก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หมอดินอาสา และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน กิจกรรมเป็นไปตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข
นายสุทธิดล วงษ์จันฬา ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี กล่าวว่า จากการที่สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ประกาศนียบัตร และประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ “นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และต่อมาองค์การสหประชาชาติได้ประกาศพระเกียรติคุณ โดยให้การรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพเป็น “วันดินโลก” ในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำ สมาคมดินโลก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้กำหนดจัดงานวันดินโลก 2564 ในหัวข้อ “Halt soil salinization, boost soil productivity : พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร”

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติคุณ ในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเห็นว่าดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต และได้ทรงงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน ที่เป็นแหล่งกำเนิดปัจจัย 4 ของมนุษย์ โดยเฉพาะยาและอาหาร ให้มีปริมาณที่เพียงพอและมีคุณภาพ สามารถยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา และ 3-S (Safety- Security- Sustainability) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ในปัจจุบันทั่วโลกมีพื้นที่มากกว่า 5.2 ล้านไร่ ที่ประสบปัญหาดินเค็ม จึงมีความจำเป็นต้องจัดการกับความเค็มของดิน โดยการสร้างความตระหนักความรู้เกี่ยวกับดิน และการจัดการดินเค็มอย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมให้รัฐบาล องค์กร ชุมชน และประชากรโลก มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงดินเค็มในเชิงรุก เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเพาะปลูกพืชและสร้างแหล่งผลิตอาหารให้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นความสำคัญของการร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาของดิน ซึ่งจะส่งผลถึงความมั่นคงและความปลอดภัยทางด้านอาหาร เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายที่ต้องการขจัดความอดอยากหิวโหย หรือ Zero Hunger ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2573 โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมขององค์กร และบุคคลในรูปแบบของการร่วมมือและสร้างเครือข่ายผ่านนวัตกรรมที่เกิดขึ้น จากความร่วมมือในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน และการรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผลิตอาหารและช่วยสร้างความเป็นอยู่ของพี่น้องให้ดีขึ้น
สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย มอบประกาศเกียรติคุณหมอดินอาสา นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาที่ดิน และพระราชกรณียกิจที่สำคัญของในหลวงรัชกาลที่ 9 และบูธจัดแสดงที่สามารถเก็บเกี่ยวความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การทำปุ๋ยชีวภาพ การจัดการเรื่องดิน จิ้มเดียวเขียวทั้งแปลงด้วยเทคโนโลยีการให้น้ำอัจฉริยะผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่สะดวกสบายอยู่ที่ไหนก็สามารถรดน้ำแปลงผักผลไม้ได้









