ตามที่ได้เกิดเหตุเด็กชายอายุ 8 ปี ถูกจระเข้กัดจนแขนซ้ายหัก 2 ท่อน เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.64  บริเวณริมสระน้ำร้างข้างบ้าน ในพื้นที่ ม.5 ต.พระนอน อ.เมือง จว.นครสวรรค์ ขณะที่เด็กกำลังขุดหาใส้เดือนอยู่ริมสระน้ำระหว่างนั้นมีจระเข้ชาร์จ เข้ากัดแล้วหมุนตัวและหวังจะลากเด็กลงไปกินใต้น้ำ แต่เด็กสู้และมีชาวบ้านให้การช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้ ทั้งนี้ชาวบ้านยังเคยเห็นจระเข้อยู่ลอยคอ อาบแดด อยู่ในบึงบอระเพ็ดอยู่สร้างความหวาดกลัวกับชาวบ้านอย่างมาก 

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้รับทราบเหตุการณ์แล้วมีความห่วงใยในชีวิตประชาชนจึงได้มอบนโยบายแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปราม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) นำโดย พล.ต.ต. มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.อริยพล สินสอน รอง ผบก.ปทส. ที่รับผิดชอบงานด้านการป้องกันและปราบปราม จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส.,พ.ต.ท.เอนก นาคธร รอง ผกก.๔ บก.ปทส. พร้อมกำลังตำรวจในสังกัด สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดบึงบอระเพ็ด (นครสวรรค์) กรมประมง โดยใช้เรือ จำนวน   12 ลำ กำลังพลกว่า 50 นาย  

ร่วมกันออกตรวจทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนมาร่วมสัปดาห์แล้วเพื่อหาจระเข้ที่ยังหลงเหลือ หลุดรอดอยู่ตามธรรมชาติไปไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม  โดยนอกจากจะลาดตระเวนเพื่อหาจระเข้ซึ่งเป็นสัตว์ดุร้ายแล้ว ก็ยังได้ตรวจป้องกันเชิงอนุรักษ์ ป้องกันและปราบปรามการล่าสัตว์ในเขตห้ามล่าโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ สัตว์วัยอ่อน ซึ่งมีการแบ่งเขตให้การอนุรักษ์กับการอยู่ร่วมกันของประชาชนโดยจัดเป็น ๑. พื้นที่ห้ามคือสงวนห้ามรบกวน ๒. พื้นที่หวงคือพื้นที่ที่ประชาชนเข้าจับปลาได้แต่ต้องใช้เครื่องมือที่เป็นไปตามที่กรมประมงกำหนดและ ๓. พื้นที่ให้คือพื้นที่ที่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ของบึงบอระเพ็ดโดยจับปลา จับสัตว์ที่ไม่เป็นการผิดกฎหมาย และนอกจากนี้ในการออกตรวจของเจ้าหน้าที่ยังอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งภารกิจของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

การปฏิบัติการครั้งนี้นอกจากจะค้นหาจระเข้แล้วหน่วยปฏิบัติร่วมสามารถตรวจพบการกระทำความผิดในการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าโดยได้ตรวจยึดอุปกรณ์ เครื่องมือในการลักลอบจับสัตว์น้ำ เช่น ข่ายลอย ลอบ เครื่องช๊อตปลา ได้เป็นจำนวนมาก  ในส่วนของการกระทำความผิดในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเก็บหรือทำอันตรายแก่รัง ของสัตว์ป่านั้น   มีโทษตาม ม.67 (1) พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 สะดวก รักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งภารกิจของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม