ก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับการออกลาดตระเวน และทำการดักชุ่มบริเวณพื้นที่เพ่งเล็งที่สำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อสกัดกั้นการลักมาในราชอาณาจักรและการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ 0๖.๓0 น. ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยบริเวณท้ายหมู่บ้านคลองหว้า ม.๔ ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พิกัด ‘V๑๒๓๙๗l๒ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานเพื่อซอทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบชาวกัมพูชา จำนวน ๔๒ คน แบ่งเป็น ชาย ๒๖ คน หญิง ๑๖ คน(ทราบชื่อภายหลัง) พร้อมผู้ติดตาม อีก ๑๘ คน รวม ๖o คน และได้ขอตรวจสอบเอกสารการเข้ามาในราชอาณาจักรปรากฏว่าผู้ถูกจับทั้งหมด ไม่สามารถแสดงเอกสารการเข้ามาในราชอาณาจักรให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ จากการสอบถามผู้ถูกจับกุมที่ ๑ – ๔. (มีนายเกิม เลิน ผู้ถูกจับกุมที่ ๑/เป็นล่ามแปลภาษา)รับว่าพวกตนได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยใช้ช่องทางธรรมชาติจริง โดยพวกตนได้เดินเท้าจากประเทศกัมพูชามายังฝั่งไทยเพื่อที่จะรอรถมารับแต่ยังมิได้ไปถึงมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน โดยผู้ถูกจับกุมที่ ๑ – ๔๒ ให้การว่าจะเดินทางไปทำงานตัดอ้อยที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว จำนวน ๔0 คน พร้อมผู้ติดตาม ๑๘ คน โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินงานจำนวน 1000 บาท/คน และทำงานก่อสร้างที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๒ คน
โดยมีค่าทางเข้ามาทำงานจำนวน ๗,๐๐๐ บาท/คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ ผู้ถูกจับกุมที่ ๑ – ๔๒ ทราบว่ากระทำผิดฐาน”เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และผู้ถูกจับกุมที่ ๑ – ๔๒ รับสารภาพว่าพวกตนได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติจริง จึงได้นำผู้ถูกจับกุมมายัง บก.ร้อย ฉก.ตชด.๓ เพื่อทำบันทึกจับกุม จากนั้นจึงนำผู้ถูกจับกุมที่ ๑ – ๔๒ พร้อมผู้ติดตามอีก ๑ ๘ คน ส่งพนักงานสอบสวน สก.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



