ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บชน. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น./โฆษก บช.น., พ.ต.อ.คมสิทธิ์ รังไสย์ รอง ผบก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.บก.น. 7 แถลงผลการจับกุม นาย กฤษดา  หรือ “ไผ่” อายุ 33 ปี หลังเข้าทำการตรวจค้นในบ้านเลขที่ 42/50 ซอยหมู่บ้านจามจุรี ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อวันที่  2 มกราคมที่ผ่านมา ในบ้านดังกล่าวพบของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด 9 มม. จำนวน 3 กระบอก , อาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ลูกซอง) ขนาดเบอร์ 12  จำนวน 1 กระบอก , อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก , ปืนปากกา ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก , เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 23 ลูก ,เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม. จำนวน 16 ลูก , เครื่องกระสุนปืนขนาด .380 มม. จำนวน 82 ลูก , เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 มม. จำนวน 11 ลูก , เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 มม. จำนวน 25 ลูก , เครื่องกระสุนปืนขนาด ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 16 ลูก , เครื่องกระสุนปืนขนาด ขนาดเบอร์ 20 จำนวน 19 ลูก , แม๊กกาซีน จำนวน 13 อัน , ลูกโม่บรรจุกระสุน จำนวน 7 อัน , ไม้พันท้ายปืน จำนวน 9 อัน , ท่อเหล็กใช้สำหรับทำลำกล้องปืน จำนวน 30 อัน , โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง และอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับผลิตอาวุธปืนอีกหลายรายการ

จากการตรวจสอบพบว่า นายกฤษดามีหมายจับ 2 หมาย ได้แก่ หมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ข้อหา “มีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ และหมายจับศาลจังหวัดเลย ข้อหา “อาวุธปืนที่และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ

นายกฤษดา รับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง และได้ผลิตอาวุธปืนขายให้แก่บุคคลทั่วไปโดยใช้ช่องทางการติดต่อสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์

โดยจะตั้งเป็นกลุ่มเพื่อทำการซื้อขายอาวุธปืน  เมื่อมีการซื้อขายจะโอนเงิน และจัดส่งอาวุธปืนผ่านบริษัทขนส่งเอกชน สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นานกฤษดาเคยเป็นทหารเกณฑ์ จึงมีทักษะการถอดประกอบอาวุธปืน ส่วนการผลิตอาวุธปืนศึกษาจากในยูทูป โดยเพิ่งพ้นโทษมาได้ 6 เดือน ในคดีครอบครองยาเสพติด ก็มารับจ้างผลิตปืนขายออนไลน์ โดยคิดราคาปืนสั้น กระบอกละ 14,000 บาท ส่วนปืนยาวอยู่ระหว่างเริ่มตอนทดลองการผลิต จึงยังไม่มีการตั้งราคาขาย ส่วนเงินที่ได้มาก็นำไปใช้จ่ายส่วนตัว และนำไปซื้อยาเสพติดมาเสพ

ตรวจสอบประวัติยังพบว่า นายกฤษดายังเคยถูกดำเนินคดีฐานครอบครองอาวุธปืน และขับรถหลบหนีการจับกุมบริเวณหน้าป้อมยามโนนทัน ทางเข้าวัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู และแหกด่าน สภ.วังสะพุง จังหวัดเลย เมื่อปี 2563 เบื้องต้นตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหา “ผลิตหรือรับซ่อม แซมดัดแเปลงอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต,สั่งนำเข้าหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีหรือครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จากนั้นจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองหนองบัวลำภู เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป ขณะที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 7 ชุดจับกุมจะขยายผลถึงเครือข่ายต่อไป

นอกจากนี้  พลตำรวจตรีจิรสันต์ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีที่ นายมนตรี ใหญ่กระโทก หัวหน้า รปภ.หื่นกาม ที่ก่อเหตุข่มขืนหญิง วัย 36 ปี ลูกบ้านที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม ย่านฝั่งธนบุรี พื้นที่ สน.เพชรเกษม เมื่อกลางดึกวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า ในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนจะขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น และบุกรุกเคหะสถานในยามวิกาล” ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว โดยยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของแหล่งที่อยู่ของคนร้าย

ส่วนการดำเนินคดีกับนิติบุคคลฯของคอนโดมิเนียม ที่ไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจในการเข้าไปจับกุมคนร้าย โดยอ้างว่าไม่มีหมายค้นและอยู่ในยามวิกาลนั้น กรณีนี้แม้ว่าจะไม่ได้มีหมายค้นก็ตาม แต่ตำรวจสามารถเจ้าไปตรวจสอบติดตามจับกุมคนร้ายได้ เนื่องจากเป็นเหตุเฉพาะหน้า ที่ตำรวจได้รับแจ้งจากผู้เสียหายโดยตรง ฉะนั้นนิติบุคคลฯ จะต้องให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกแก่ตำรวจ เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย ซึ่งกรณีนี้ถือว่าเข้าข่ายความผิดข้อหา ขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม

จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังยังพบว่า คนร้ายเคยต้องคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า ที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อปี 2556 ด้วย

นอกจากนี้ จะต้องตรวจสอบกับบริษัทรักษาปลอดภัยที่รับคนร้ายเข้ามาทำงาน เนื่องจากคนร้ายเคยต้องโทษในคดีคมคืนกระทำชำเรา ซึ่งตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ระบุว่าห้ามรับบุคคลใด ที่ต้องโทษคดีความผิดทางเพศ เข้าทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย หาดบริษัทรักษาปลอดภัย ไม่ตรวจสอบประวัติย้อนหลังกับผู้ที่มาสมัครเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ก็จะเข้าข่ายมีความผิดด้วยเช่นกัน