เป็นประเพณีของจังหวัดชัยภูมิ ที่ในห้วงระยะเวลา 9-20  มกราคม ของทุกปี จังหวัดชัยภูมิจะมีงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ 7-10 วันด้วยกันคือ ”งานประจำปีเจ้าพ่อพญาแล และงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิ” ซึ่ง คนชัยภูมิไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด จังหวัดใด แม้แต่ต่างประเทศก็ตามจะเดินทางกลับมาสู่บ้านเกิดเพื่อมาร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของเจ้าพ่อพระยาแล  เจ้าเมืององค์แรกของจังหวัดชัยภูมิ  อย่างเนืองแน่น ไม่เฉพาะแต่คนเท่านั้น  แม้แต่ช้างซึ่งเป็นพาหนะของเจ้าพ่อฯก็จะพากันคืนถิ่น สู่ป่าต้นกำเนิดของช้างที่พากันไปหากินในต่างเมือง  จึงเรียกเวลานี้ว่า “ช้างคืนถิ่น”และถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่เสมอมา  แต่ 2 ปีมานี้สถานการณ์โรคโควิด-19ระบาด ทำให้ต้องงดการจัดงานเฉลิมฉลองไป

ในปีนี้ นายไกรสอน กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมมิ เป็นประธาน นำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดชัยภูมิ ทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิของเจ้าพ่อพญาแลถึง 4 จุดด้วยกัน โดยในจุดแรก ณ ศาลเจ้าพ่อพญาแล (ชั่วคราว) หนองปลาเฒ่า กลาง  เมื่อไปถึงประธานนำจุดธูปเทียน ถวายเครื่องบวงสรวง  ถวายผ้าคาดเอว พวงมาลัยดอกไม้ และประพรมน้ำหอม แล้วเดินทางไปจุดที่ 2 ต่อไป คือที่ห้องโถงชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ(หลังเก่า)  ซึ่งประดิษฐานรูปเหมือนองค์เจ้าพ่อพญาแลประจำศาลากลาง โดย ผู้ว่าฯนำจุดธูปเทียน ถวายเครื่องบวงสรวง  ถวายผ้าคาดเอว พวงมาลัยดอกไม้ และประพรมน้ำหอมพร้อมขอพร แล้วเดินทางไปจุดที่ 3 ต่อไป

ณ อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล หน้าศาลากลาง(หลังเก่า)จังหวัดชัยภูมิ  จุดกลางเมืองชัยภูมิ  ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกอบพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคลและอุทิศถวายแด่เจ้าพ่อพญาแลโดยพระเทพภาวนาวิกรม เป็นประธานสงฆ์ จากนั้นเป็นพิธีถวายเครื่องสักการะและเครื่องบวงสรวง ดวงวิญญาณเจ้าพ่อพระยาแล ประกอบด้วย  ข้าวตอกดอกไม้เครื่องหอม ผลไม้ อาหารคาวหวาน  น้ำจัน บุหรี่  ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้ผูกผ้าคาดเอวถวายเจ้าพ่อ และนำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เชิญพานบานศรีใหญ่ 9 ต้น แห่รอบอนุสาวรีย์เจ้าพ่อฯ มีช่างฟ้อนจาก 16 อำเภอ  25 ชุมชนเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ รำถวายรอบอนุสาวรีย์ในเพลง”ของดีเมืองชัยภูมิ”

จากนั้นเดินทางต่อไปยังปรางค์กู่ โบราณสถานคู่เมืองมาแต่สมัยโบราณ กราบพระพุทธรูปแล้วถวายเครื่องบวงสรวง มี รำบวงสรวง “อัปสรา” โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ  เป็นจบพิธี

 งามนิตย์ I ชัยภูมิ