ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ไปสอบถามข้อมูลจาก พระครูวิสุทธิ์อาราสุนทร เจ้าอาวาสวัดศิริผล เลขที่ 99 ม.8 ต.บ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และผู้นำชาวบ้าน หลังมีชาวเน็ตลงข่าวแชร์กันทั่วไปและกล่าวขานกันไปแต่ละมุมมองของผู้พบเห็น  โดยท่าน พระครูฯเจ้าอาวาสวัดศิริผล เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ทาสีเมรุสีชมพู เพราะว่าเมื่อปี 2540 ได้สร้างเมรุหลังนี้ก็ทาสีตามปรกติ แต่มาปลายปี 2563 เกิดพายุฤดูร้อนพัดยอดปล่องเมรุพัง จึงได้ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่และได้ให้ช่างทาสีใหม่เป็นสีชมพู เพื่อจะให้ชาวบ้านผ่านไปมาจะได้มองเมรุแล้วเกิดความสบายใจ ชื่นใจ เพราะส่วนมากก็จะมองว่าเป็นที่เผาศพ และเห็นซากศพของผู้เสียชีวิต ก็จะเกิดความเศร้าโศกเสียใจ เวลามองแล้วก็ไม่สบายใจ

พระอาจารย์จึงได้เกิดเป็นกุศโลบาย ให้ช่างได้ดำเนินการทาสีเป็นสีชมพู และก็ได้ผลดี ชาวบ้านได้แต่ชื่นชมและก็บอกว่ามันแปลกดี และการทาสีเมรุเป็นสีชมพูก็ไม่ขัดกับศาสนา ซึ่งสีชมพูก็เป็นสีแห่งความรักและความศรัทธาของผู้ที่ได้พบเห็นอีกด้วย

พระอาจารย์ได้พาชมอุโบสถ ที่ได้สร้างเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 เป็นอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตัวอุโบสถมีหน้าต่างด้านละ 9 บาน และด้านนอกก็เป็นสีเหลืองเป็นสีประจำรัชกาลที่9และด้านในก็ทาเป็นสีฟ้าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอีกด้านก็ยังมีพระประธาน พระสมเด็จอู่ทองซึ่งอุโบสถหลังนี้ยังสร้างไม่เสร็จพระอาจารย์ว่าจะแล้วเสร็จในปี2566-2567

ด้านนาย สมจิตร เทียวประสงค์ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของวัดศิริผลพร้อมด้วย นายบุญลือ ดบขุนทด ผู้ใหญ่บ้านและ นาย โปร่ง พึบขุนทด สอบต. หมู่ 8 ต.บ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ  ได้พาเยี่ยมชม รูปปั้นพระพิฆเนศ หลวงพ่อทันใจ หลวงพ่อโต รอยพระพุทธบาท สร้างมา50-60 ปี และได้กล่าวเชิญชวน ผู้ที่ได้ผ่านมาแวะเยี่ยมชมและสักการะบูชาเพื่อเป็นศิริมงคลอีกด้วย

ไพรัช : วรากร I ชัยภูมิ