ที่ห้องสืบสวน สภ.บาง แก้ว พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ จงรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางแก้ว พ.ต.ต.สมบูรณ์ ทรงมีสิงหสกุล สว.สส.สภ.บางแก้ว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางแก้ว จับกุมตัว นาย พงศธร อยู่ดี อายุ 34 ปี เลขที่ 306 หมู่ที่ 10 ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี หลังก่อเหตุ ฉ้อโกง หลอกสั่งอาหาร โดยเอาค่าส่วนต่าง และหลบหนีไป ก่อคดีมาแล้ว 6 ครั้ง 3 ท้องที่ ใน จ.สมุทรปราการ โดนสามารถจับกุมตัวได้ที่ ริมถนน บางประกง ฉะเชิงเทรา ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
สืบเนื่องจากกรณี ที่ น.ส.ฐานิดา ยิมแดง อายุ 30 ปี เลขที่ 42/369 หมู่ที่ 14 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แม่ค้าขายข้าวหน้าเป็ด ร้านเป็ดย่างทองคำ ได้เข้าแจ้วความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ว่าถูกมิจฉาชีพ มาสั่งข้าวหน้าเป็ด จำนวน 280 กล่อง และใช้กลอุบายหลอกลวงเอาเงินส่วนต่างไป จำนวน 5,700 บาท แล้วหลบหนีไป
โดยเหตุเกิด เมื่อเวลา 12.20 น. ของวันที่ 14 ธ.ค.2564 ที่ผ่านมา มีผู้ชายร่างท้วมสวมเสือสีขาว กางเกงขายาวสีดำ อายุประมาณ 30 ปี เดินเข้ามาที่ร้านช่วงที่มีลูกค้าแน่นร้าน เข้ามาติดต่อตนเอง ว่ามาจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต้องการสั่งข้าวกล่องมีข้าวหน้าเป็ดและอาหารตามสั่ง จำนวน 285 กล่อง โดยให้เขียนบิลให้ด้วยและรวมยอดค่าใช้จ่าย ตนเองจึงแจ้งยอดราคารวม ซึ่งคิดกล่องละ 65 บาท รวมเป็นเงิน 18,525 บาท แต่ทางด้านชายคนดังกล่าวได้เอ่ยปากบอกว่าให้ออกบิลราคากล่องละ 85 บาท รวมเป็นเงิน 24,225 บาท เพื่อจะได้ไปเบิกกับทางโรงงานและจะนำยอดส่วนต่างที่คิดจากกล่องละ 65 บาท คือยอดส่วนต่าง 5,700 บาท ไปเป็นค่าทำดำเนินการและค่าน้ำให้กับพนักงาน เนื่องจากทางบริษัทจะเลี้ยงอาหารพนักงานก่อนสิ้นปี

ตนเองจึงตอบตกลงและออกบิลให้เนื่องจาก บริษัทดังกล่าวเคยมีการสั่งข้าวเป็นร้อยกล่องมาแล้วจากร้านค้าในละแวกเดียวกัน ทำให้ตนเองหลงเชื่อ และตอบตกลงไป จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ออกอุบายอีกว่า จะต้องนำบิลนี้ไปให้กับคนชื่อบี เพื่อให้คนชื่อบีไปเบิกเงินกับบริษัท แต่คนชื่อบีต้องการเงินส่วนต่างนี้ ซึ่งจังหวะนั้นคนร้านพยามพูดวกวนไปมาในช่วงที่มีลูกค้าเยอะทำให้เกิดความสับสนและหลงกลด้วยการคิดว่าจะสามารถเอาบิลดังกล่าวไปเบิกเงินกับบริษัทได้เต็มจำนวน ซึ่งคนร้ายได้ออกอุบายให้ทางตนเองออกเงินจำนวนค่าส่วนต่างจำนวน 5,700 บาท มาก่อนแล้วรับเงินสดทั้งหมดจากคนชื่อบี ตนจึงให้ น.ส.พรพรรณ ยิมแดง อายุ 22 ปี น้องสาวตนเองเป็นคนถือบิลไปเบิกด้วยตัวเอง ทำให้ตนเองไว้ใจและ ให้น้องสาวถือบิลนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ของผู้ก่อเหตุออกไป จนผ่านไปไม่นานน้องสาววิ่งกลับมาบอกว่าถูกคนร้ายปล่อยทิ้งไว้ฝั่งตรงข้ามกับทางร้านจากนั้นก็หลบหนีไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางแก้ว ได้รับแจ้งเหตุอีก 2 ครั้งจากผู้เสียหาย จึงติดตามและตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2565 นาย พงศธร อยู่ดี ได้ก่อเหตุที่ร้าน เดอะพิชซ่า คอมปะนี สาขา Att UPark หมู่ที่ 1 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยสั่งพิชซ่า 300 กล่องได้เงินส่วนต่างไป 7,300 บาท หลบหนีขึ้นรถแท็กซี่สีเหลือง จากหน้าตลาดกิ่งแก้วมาลงที่ที่ตลาด บูรพาบางวัว ฉะเชิงเทรา และนั่งวิน จยย.รับจ้างไปที่หอพักใกล้กับโรบินสันฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงติดตามจับกุมตัว มาสอบสวนที่ สภ.บางแก้ว

จากการสอบสวน นาย พงศธร อยู่ดี ให้รับสารภาพว่า ก่อเหตุจริงตามที่ปรากฏหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของร้านผู้เสียหายหลายแห่ง โดยตนเองเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ค. 64 ในคดีลักษณะเดียวกันนี้ จากนั้นอ้างว่าไม่สามารถไปสมัครงานที่ไหนได้เนื่องจากไม่มีเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน ตกงาน จึงหวนกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิม โดยทำทีเข้าไปสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มจำนวนมากเพื่อเอาไปเลี้ยงคนงาน และขอให้ออกบิลในราคาที่สูงกว่า ที่ร้านจำหน่ายและขอรับส่วนต่างที่เกินจากราคาจริงไป แต่ไม่ได้เอาอาหารที่สั่งไปด้วย โดยก่อเหตุมาแล้วในพื้นที่ สภ.บางแก้ว 3 ครั้ง พื้นที่ สภ.เมือง 2 ครั้ง พื้นที่สำโรงเหนือ 1 ครั้ง รวมเป็น 6 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งจะได้เงินจากผู้เสียหายครั้งละ5-8พันบาท ซึ่งเงินที่ได้มาก็จะเอาไปกิน เที่ยวและเล่นการพนันออนไลน์ โดยตนเองไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งก่อเหตุทีก็จะไปเช่าห้องอยู่ เปลี่ยนไปเลื่อยจนกระทั่งไปเช่าห้องที่ย่านบางปะกงและเตรียมลงมือก่อเหตุซ้ำจนกระทั่งมาถูกตำรวจตามไปจับกุม
ขณะที่นางสาวพันณิตา มากเอี่ยม พนักงานร้านพิชซ่า หนึ่งในผู้เสียหายบอกว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้จะเหมือนกันทุกครั้งคือเข้ามาติดต่อขอสั่งอาหารจำนวนมากโดยอ้างว่าจะไปเลี้ยงคนและออกอุบายให้เพิ่มเงินส่วนต่างเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับคนร้ายจากนั้นก็ทำทีให้ไปกับพนักงานเพื่อไปกดเงินและให้พนักงานยืนรอก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งเงินส่วนต่างที่ผู้ต้องหาได้ไปนั้นเป็นเงินส่วนตัวที่นำมาเพื่อจะทอนเงินให้กับคนร้ายซึ่งหลงเชื่อว่าจะไปเบิกเงินค่าหาอาหารให้ จนกระทั่งมาถูกหลอกก่อเหตุดังกล่าวจึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้
หลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุยังมีหมายจับของจังหวัดปทุมธานีอีกด้วย จึงแจ้งข้อกล่าวหาโดยกล่าวหาว่าฉ้อโกง นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย




วิวรรธน์ I สมุทรปราการ
