จากกรณีนายสหรัช ยิ่งตระกูล อายุ 28 ปี อาชีพ ค้าขาย พร้อมด้วยนายนิฐิพงศ์ ยิ้มศิริ อายุ 34 ปี เดินทางเข้ามาร้องขอความเป็นธรรม จากนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้งประธานชมรมทนายความจิตอาสา ว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี ตำรวจรวมทั้งหมด 6 คน ตบและล็อกแขนและคอจับกุมจนแขนซ้ายหัก โดยแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่ และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานตามกฏหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้งที่ไม่ได้ต่อสู้และหนีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว พบ พ.ต.ท.เฉลิมพล ซื่อสัตย์ สวป.สภ.เมืองนนทบุรี ได้นำกล้องติดหน้าอกที่บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฎิบัติหน้าที่ในวันที่เกิดเหตุ
ทางด้านพ.ต.ท.เฉลิมพล กล่าวชี้แจงว่า ตามนโยบายที่เน้นย้ำในการตรวจขันรถจยย.ที่ถูกโจรกรรมหรือลักขโมยจึงให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรีทำการออกตรวจไล่ล่าติดตามรถต้องสงสัยโดยเฉพาะรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงพบรถจยย.ต้องสงสัยไม่ติดป้ายทะเบียนคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้นเบื้องต้น พอตรวจค้นก็พบว่าใต้เบาะมีแผ่นป้ายทะเบียนลักษณะชำรุด และคู่มือทะเบียนรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นายสหรัชยืนยันตัวตนโดยการแสดงบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ แต่นายสหรัชไม่ยินยอมที่จะบอกชื่อตัวเอง

จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่านายสหรัชเป็นเจ้าของรถจยย.คันดังกล่าวจริงหรือไม่เพราะคู่มือทะเบียนรถจยย.มีชื่อของเจ้าของรถอยู่ตำรวจก็ต้องการจะยืนยันว่าชื่อเจ้าของรถกับบัตรประชาชนตรงกันไหม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเขียนบันทึกขอยึดรถเพื่อไปตรวจสอบ แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเขียนบันทึกนายสหรัชไม่ยืนยอม และก้าวขาขึ้นรถจยย.เพื่อที่จะบิดรถหนี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่รู้เจตนาจริงๆว่าสาเหตุที่ไม่ให้ความร่วมมือเพราะอะไร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึง ได้ใช้ยุทธวิธีควบคุมผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย
โดยนำตัวลงมาจากรถเพื่อเอาตัวลงมาควบคุมตัวใส่กุญแจมือ ในระหว่างที่ทำการควบคุมตัวนายสหรัชได้ทำการขัดขืน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุทำให้แขนของนายสหรัชหัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าแขนของนายสหรัชหัก จึงยุติการจับกุม และพาตัวนายสหรัชส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าในเวลาต่อมา หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำบันทึกกับกุมและไปเอาตัวนายสหรัชที่โรงพยาบาล ซึ่งหมอลงความเห็นว่ากลับบ้านได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกและส่งต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งในการรักษามีค่ารักษาพยาบาลจำนวน 3,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้
ส่วนเรื่องการชดใช้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างถูกต้องอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้คงเป็นเพราะตัวผู้บาดเจ็บเองที่จะหลบหนีหรือขัดขืนการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในการสอบพนักงานจับกุมชุดนั้นก็มีกล้องที่ติดอยู่บนหน้าอกของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ซึ่งตนก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการทำเกินกว่าเหตุ และไม่ใช่การทำร้ายร่างกาย และแพทย์เองไม่ได้ลงความเห็นว่าเป็นการทำร้ายร่างกายใดๆเพราะไม่มีรอยฟกช้ำตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง
ซึ่งก่อนหน้านี้วันที่ 26 ม.ค. 65 พนักงานสอบสวนสภ.เมืองนนทบุรีได้นำตัวนายสหรัชไปฟ้องต่อศาลแขวงจ.นนทบุรี ประกอบกับนายสหรัชที่เป็นจำเลยให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ศาลแขวงจ.นนทบุรีมีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้องแต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา และปรับเป็นเงิน 2,000 บาท



ฉัตรมงคล I นนทบุรี
