นายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้งประธานชมรมทนายความจิตอาสากล่าวว่า กรณีที่มีศึกปะทะเดือดชิงแบงค์ร้อยกลางถนนอันนี้เป็นการช่วงชิงทรัพย์สินที่มีค่าที่ตกหล่นตามกฎหมายกำหนดหน้าที่ไว้แล้วคนที่พบทรัพย์สินสิ่งของมีหน้าที่ที่จะต้องส่งให้คืนกับเจ้าของ เพราะฉะนั้นต้องนำไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เราเก็บของได้ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ว่าเราเก็บของนี้ได้ที่ไหนวันเวลาสถานที่ลักษณะสิ่งของทรัพย์สินมีค่าคืออะไรเพื่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปติดตามเจ้าของที่แท้จริง
หรือว่าหากเจ้าของที่แท้จริงทราบว่าของที่ตัวเองทำตกหล่นไว้อยู่ที่ไหนยังไงจะได้ไปติดตามเอาคืนเพราะเป็นของของเขาแต่ถ้าเกิดคนที่เก็บได้แล้วไม่จัดการตามกฎหมายคือไม่ไปติดตามหาเจ้าของหรือไม่ส่งคืนเจ้าของจะมีความผิดคดีอาญาในข้อหาลักทรัพย์เพราะว่าเจ้าของที่ทำตกหล่นเขายังมีความประสงค์ที่จะยึดถือทรัพย์สินของนั้นเป็นทรัพย์สินของตัวเองอยู่ในเมื่อเขายังไม่สละอำนาจในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นแล้วท่านเอาทรัพย์สินนั้นไปแม้ว่าจะเป็นของเจอหรือตกหล่นท่านจะมีความผิดข้อหาลักทรัพย์

เพราะฉะนั้นกรณีดังกล่าวคนที่เก็บสิ่งของได้ควรจะนำส่งให้เจ้าของ หรือไม่ก็ลงประจำวันมอบให้พนักงานสอบสวนเก็บไว้เพื่อติดตามหาเจ้าของทั้งนี้ทั้งนั้นทางเจ้าของต้องติดตามภายในกำหนด 1 ปีถ้าพ้น 1 ปีแล้วถ้าไม่มีเจ้าของทรัพย์สินก็จะเป็นของผู้ที่เก็บได้ หรือว่าถ้าเจ้าของมาปรากฏตัวรับทรัพย์สินท่านจะได้ รับรางวัลเป็นมูลค่า 10 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งของที่มีค่านั้น ส่วนผู้ที่ทำเงินตกหล่นหายเป็นทรัพย์สินอะไร ต้องไปแสดงให้กับเจ้าหน้าที่ทราบ
ต้องระวังนะทั้งสองคนถ้าใครเก็บได้แล้วไปบอกเจ้าหน้าที่ถ้าไม่พูดความจริงต้องมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงาน ส่วนเจ้าของที่แท้จริงเกิดไปบอกมูลค่าผิด ถ้าคุณมั่นใจคุณต้องสามารถแสดงได้ว่าของของคุณคืออะไรกรณีนี้คนที่เก็บของได้ก็ต้องบอกข้อเท็จจริงว่าเป็นแบงค์อะไร ไม่ใช่บอกว่าเป็นแบงค์ร้อยแล้วไปบอกเป็นแบงค์ 20 บาทส่วนคนที่ทำตกบอกว่าเป็นแบงค์ร้อยแต่หล่นจริงๆเป็นแบงค์ 20 บาทถ้าไม่บอกพนักงานเรื่องจริงอาจจะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต้องระวัง


ฉัตรมงคล I นนทบุรี
