ตามสั่งการ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ให้ กองกำลังป้องกันชายแดนของกองกำลังบูรพา บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดน โดย พ.อ.รณรงค์ เส็งมี ผบ.ชุดควบคุมทหารพรานที่13 ให้ ร.ท.ถาวร บุญเพ็ง ผบ.ร้อย.ทพ.1302 บูรณาการร่วม จนท.สภ.คลองลึก โดย พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.คลองลึก สั่งการให้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ฮะกาว รอง.ผกก.ป.พร้อมพวกร่วมปฏิบัติงาน
ต่อมาวันที่ 5 ก.พ.65 เวลา 05.30 น. ร้อย.ทพ.1302 ชค.ทพ.13 ร่วม จนท.ชุดจับกุมได้ทำการออกตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ มาถึงบริเวณด้านหลังตลาด เบญจวรรณ หมู่ 7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นตลาดติดกับตลาดโรงเกลือ ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย 3 คัน จอดในตลาดฯ จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น พบผู้โดยสารด้านในรถเป็นชาวกัมพูชา รวม 13 คน โดยรถทั้ง 3 คันมีคนขับเป็นคนไทย จากการตรวจสอบ ชาวกัมพูชาดังกล่าว ไม่มีเอกสารเดินทาง (Passport) ไม่พบเอกสารการลงทะเบียนให้แรงงาน MOU ต่างด้าว 3 สัญชาติอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยชาวกัมพูชาดังกล่าว ให้การว่าจะเดินทางไปในพื้นที่ จ.จันทบุรี จ้างเหมารถตู้ 2 คัน,รถปิคอัพ 1 คัน คันละ 3,500 บาท

ทราบชื่อภายหลังคนขับรถตู้คือนาย สุรเสม ประจินัง อายุ 59 ปี อยู่ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว เป็นคนขับรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 34-0270 กทม.มีผู้โดยสารอยู่บนรถ 8 คน นั่งอยู่เบาะด้านหลัง อ้างว่าชาวกัมพูชาทั้ง 8คน จะไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยให้ค่าเช่ารถวันละ 3500 บาท แต่ทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางเข้ามาและอยู่ที่ถูกต้อง ส่วนนาย สุดใจ กองกรร อายุ 43 ปี อยู่ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ขับรถปิคอัพยี่ห้อ โตโยต้าสีบรอนด์ ทะเบียน ปบ-7898 กทม. มีชาวกัมพูชานั่งในรถ 2 คน และนาย ประเสริฐ แก้วอ่อนตา อายุ 52 ปี อยู่ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ขับรถตู้โตโยต้าสีขาว ทะเบียนป้ายขาว นข-4189 มีชาวกัมพูชานั่งในรถ 3 คน รวมการจับกุมชาวกัมพูชาได้ทั้งหมด 13 คน ผู้นำพาคนไทย 3คน (คนขับรถ) รถยนต์ 3 คัน
จากนั้นจึงได้นำตัวชาวกัมพูชาและคนขับรถพร้อมของกลาง ตรวจวัดไข้ตามมาตรการสาธารณสุข อย่างเคร่งครัดแล้ว ส่งให้ พ.ต.ต.สุทธิรักษ์ โพธิ์แดง ร้อยเวร สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อดิศักดิ์ I สระแก้ว
