จากกรณีเพสชื่อดังโพสต์เรื่องราวในโลกออนไลน์ว่านี้เป็นโพสที่หนูจะมาขอความช่วยเหลือเรื่องคือวันนี้เวลาประมาณ14.30 พ่อของหนูโดนฟันคนก่อเหตุคืนคนบ้านติดใกล้กัน คนร้ายได้มายืนด่าแม่ของหนูหน้าบ้านก่อนจะบุกขึ้นมาบนบ้านพร้อมเมียและเพื่อนของเขา และพ่อหนูเดินออกมาจากครัวเขาได้วิ่งลงมาเอามีดที่บ้านและวิ่งขึ้นไปฟันพ่อหนูบนบ้าน ซึ่งตอนนี้พ่อของหนูนอนให้เลือดอยู่ที่โรงพยาบาลและทางแม่ได้ไปแจ้งความแล้ว ซึ่งที่ออกมาโพสหนูอยากขอความช่วยเหลืออยากให้ตำรวจควบคุมตัวไปขังหนูสามารถร้องที่ไหนได้บ้างค่ะเพราะครอบครัวของหนูไม่มีความปลอดภัยบ้านก็อยู่ไม่ได้ต้องมาอาศัยบ้านญาติอยู่เพราะตอนที่กลับจาก รพ. เข้าบ้านไปคนร้ายก็เดินถือปืนตรงหน้าบ้านเพราะในบ้าน ก็มีแม่ พี่ชาย และหลาน ซึ่งเราไมส่ามารถจะสู้ได้คนก่อเหตุก็ยังคงนั่งดื่มสุราและก็ยังคงเดินอยู่หน้าตาเฉย ไม่มีความปลอดภัยเลย เกิดเหตุแบบนี้ตำรวจต้องมาควบคุมตัวไม่ใช่หรอ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากกรณีที่ครอบครัวหนึ่งที่อาศัยกันอยู่ 8 ชีวิต ถูกเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นญาติกันบุกเข้ามาทำร้ายใช้มีดฟันจนทำให้ นาย สุธี ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู ซ้ำคนที่บุกเข้ามาทำร้ายยังเดินกลับไปนั่งกินเหล้าที่บ้านต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมชักปืนขึ้นมาโชว์
น.ส.ระพีพรรณ เกตุศรีสังข์ อายุ 52 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่างฟังว่า ที่บ้านครอบครัวตนเองอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 คน มีทั้งเด็กๆและลูกชายลูกสาว พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 84 หลังวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ซอยนนทบุรี 13 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้ถูกนายสุรศักดิ์ หรือตั้มเชื้ออำไพ อายุ 42 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 86 ซึ่งอยู่บ้านติดกันและเแ็นเหมือนเครือญาติห่างๆ ใช้อาวุธมีดฟันสามีของตนเองคือ นาย สุธี หรือติ่ง นาคจาด อายุ 53 ปี บริเวณใต้คาง ลำคอและกลางหลังโดยเฉพาะกลางหลังเป็นแผลยาวลึกถึงกระดูกอาการสาหัส ต้องนอนอยู่ในห้อง ICU ของ รพ.พระนั่งเกล้าขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวหลังก่อเหตุนายตั้ม ยังคงพักอยู่ที่บ้านไม่ได้หลบหนีไปไหนอีกทั้งยังนั่งกินเหล้าตามปกติทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

น.ส.ระพีพรรณ เล่าต่อไปว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 65 เวลา 15:00 น. สามีตนเเองอยู่ในบ้านกับหลานเล็กๆอีก 3 คน ก็ได้มีนายตั้มและภรรยามายืนตะโกนด่าหน้าบ้านของตน หาว่าครอบครัวของตนชอบไปฟ้องคนในครอบครัวนายตั้มว่าชอบกองตู้เย็น ตู้ซักผ้าเกะกะ ซึ่งครอบครัวตนเองไม่เคยพูดหรือไม่เคยรู้เรื่องเลยแต่นายตั้มกับภรรยากลับหาว่าครอบครัวตนเองเป็นคนพูด ซ้ำยังโยงไปถึงเรื่องก่อนหน้านี้ตั้งแต่เรื่องหลังโรงเรียน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าไปมีเรื่องอะไรกันมา เหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นมานานแล้วไม่คิดว่านายตั้มกับภรรยาจะมาหาเรื่องยืนตะโกนด่าอยู่หน้าบ้าน ในวันเกิดเหตุนายตั้มได้ดื่มสุราจนเมา ระหว่างนั้นสามีได้เดินออกมาและถามว่ามีเรื่องอะไร นายตั้ม กับภรรยาก็เปิดฉากด่าทอสามีอย่างรุนแรง สามีจึงไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเลยเดินเข้าบ้านปรากฏว่านายตั้มได้เดินตามเข้าไปในบ้านจากนั้นใช้อาวุธมีดหมอฟันเข้าที่กลางหลังสามีจนเป็นแผลลึกยาวถึงกระดูกก่อนจะขึ้นคร่อมร่างสามีพร้อมเอามีดฟันไปที่ใต้คางและใต้ลำคออีก 2 แผล จนเลือดอาบร่าง ลูกๆที่อยู่ด้วยเห็นเหตุการณ์ก็ได้ตะโกนว่า อย่าทำพ่อติ่งๆ แต่นายตั้มก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งสามีของตนสลัดหลุดออกมาและวิ่งหนีออกไปข้างนอก ส่วนนายตั้มเดินกลับบ้านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิด ขึ้นชาวบ้านเห็นสามีเดินออกมาในสภาพเลือดท่วมตัวจึงได้ช่วยกันนำส่งรพ. พระนั่งเกล้าก่อนนำเข้าห้องไอซียูเนื่องจากอาการสาหัส
หลังเกิดเหตุตนกับลูกๆอีก 7 ชีวิตไม่กล้าเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านเนื่องจากนายตั้มยังคงนั่งดื่มเหล้ากับพวกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ตนเองเข้าไปเก็บเสื้อผ้าช่วง 17:00 น ปรากฏว่านายตั้มเจอหน้าตนก็ได้ชักอาวุธปืน แบบแมกกาซีนสีดำ ออกมาโชว์ ทำให้ตนเองรู้สึกกลัวมากจึงรีบเก็บเสื้อผ้าเท่าที่ได้พร้อมโทรแจ้งลูกๆไม่ให้กลับเข้าบ้านเพราะเกรงจะถูกนายตั้มทำร้ายจากนั้นพวกตนทั้งหมดจึงได้หลบหนีมาอาศัยอยู่บ้านญาติที่ย่านบางบัวทองเพื่อความปลอดภัย เรื่องที่เกิดขึ้นตนเองอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ดำเนินคดีกับนายตั้มที่ก่อเหตุทำร้ายสามีตนเองจนโคม่า แต่ทำไมจึงไม่ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมจึงอยากขอความเป็นธรรมในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย เพราะตอนนี้กลัวจนไม่กล้ากลับเข้าไปอยู่ที่บ้านแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรอีกบ้างขนาดตอนนี้เขายังไม่กลัวกฏหมายเลย

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 78 พบนาง ยุพเรศ ขาวจันทร์ อายุ51 ปี (สวมเสื้อยืดสีเขียวแขนสั้น) มีศักดิ์เป็นน้าของ นายตั้ม เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาระหว่าง นายตั้มและ น.ส.ระพีพรรณ หรือตั้ก แต่เป็น น.ส .ศิรินภา งามสมมน หรือตั๊ก อายุ36 ปี ภรรยาของนาย ตั้ม (สวมเสื้อสีฟ้ารายตุ๊กตา) ต่างหากที่มีปัญหากันเพราะเรื่องวางของเกะกะหน้าบ้าน ก่อนหน้านี้ ป้าเจี้ยบ เจ้าของบ้านอีกหลังนึง(หลังสีเขียว)เคยโทรไปบ่นกับลูกสาวตนที่อยู่ปทุมธานี เรื่องวางของเครื่องซักผ้าและตู้เย็นเกะกะหน้าบ้าน ลูกสาวตนจึงโทรมาต่อว่าตนถึงเรื่องดังกล่าว ต่อมานาย ติ่งก็มาด่าว่าตนเรื่องวางของเกะกะหน้าบ้านเช่นกัน และได้มีการยืนเถียงกันอยู่ที่หน้าบ้านสักพักนึง โดย นาย ติ่งได้ยืนโต้เถียงกับ น.ส.ตั๊ก และ นาง นุพเรศ ขณะนั้นได้มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย จนทำให้ น.ส.ตั๊ก ทนไม่ไหว
เดินเข้าไปหยิบมีดทำครัวในบ้านออกมาฟันเข้าไปที่บริเวณหลังของนาย ติ่ง จากนั้นพอนายตั้มและ นาง ยุพเรศ เห็นว่าหลานสะใภ้เดินถือมีดออกมาฟันนายติ่ง ก็รีบวิ่งมาห้าม เป็นจังหวะที่ชุลมุนกัน จังหวะแย่งมีดกัน ก็ไม่รู้ว่ามีดไปโดนคอหรือส่วนอื่นของนาย ติ่งตอนไหน หลังจากนั้น น.ส. ตั๊ก (เมียนายตั้ม) ยังตะโกนเรียกให้นายติ่งมาทำแผลก่อน แต่เหมือนจะไม่ได้ยิน ตนยืนยันเลยว่านายตั้มไม่ได้เป็นคนฟันนายติ่งแต่อย่างใด นายตั้มเป็นคนเข้ามาห้ามด้วยซ้ำ ในวันนี้นายตั้มก็ออกไปทำงานส่งของตามปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตร.เข้ามาสอบถามและเก็บหลักฐานแล้ว และตนพร้อมจะไปสถานีตำรวจหากมีหมายเรียกมา ไม่คิดจะหนีไปไหนอยู่แล้วเพราะคิดว่ายังไงตนก็ไม่ผิด ส่วนในเรื่องของที่บอกว่านายตั้มพกปืนออกมาขู่นั้น ตนยืนยันได้เลยว่าไม่มีปืนอย่างที่เขาบอกเลย เมื่อวานตำรวจเข้ามาตนยังให้เขาเข้าไปค้นในบ้านเลย

ในส่วนของเพื่อนบ้านนั้น เล่าว่า ปกตินายตั้มก็เป็นคนกินเหล้าอยู่แล้ว แล้วที่ทะเลาะกันก็เป็นญาติกันทั้งนั้น เวลากอนเหล้าก็จะมีปากเสียงกันบ่อย แต่ถ้าไม่กินเหล้า ต่างคนก็ต่างอยู่แต่ละคนก็ไปทำงานของตัวเอง แต่นายตั้มปกติก็เป็นคนเกเรอยู่แล้ว เป็นนักเลงในชุมชนก็ว่าได้ ส่วนคนที่ถูกฟันก็พอๆกัน เป็นนักเลงเหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็น รุ่นใหญ่กับรุ่นเล็กเลยก็ว่าได้ ส่วนมากคนในชุมชนนี้จะทะเลาะกันบ่อย
ด้าน พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นวันที่ 3 ก.พ.65 แต่ทางผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาแจ้งวันที่ 6 ก.พ.65 ภายหลังจากที่รับแจ้งแล้วทาง พงส.ก็ได้ทำการบันทึกปากคำในส่สนของญาติเรียบร้อย ในส่วนของผู้บาดเจ็บยังคงรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระนั่งเกล้า ยังไม่สามารถให้การได้ และเมื่อวานนี้ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าไปที่เกิดเหตุ และได้เก็บหลักฐานต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว และในวันนี้ทาง พงส.จะเดินทางไปที่ รพ.พระนั่งเกล้าเพื่อสอบปากคำผู้เสียหายถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยในวันนี้จะมีการรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ เบื้องต้นทราบว่าทางฝั่งผู้ก่อเหตุยังไม่ได้หลบหนีไปไหน หลังหมายศาลออกมาแล้วจะให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าไปดำเนินการ นำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
