ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 78 เพื่อรอพบกับนายตั้ม เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลังถูกผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์  ในขณะที่กำลังเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 3 ก.พ.65 ในระหว่างสัมภาษณ์นายตั้มอยู่นั้น ก็เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.รัตนาธิเบศร์นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรีทำการจับกุมตัวนายตั้ม และนำตัวไปสอบสวนทันที

โดยนายตั้ม เล่าว่า เรื่องมันเกิดมาจากเครื่องซักผ้าของ นาง ยุพเรศ (น้าปู)ซึ่งเป็นน้าของตน กับ น.ส ระพีพรรณ (น้าหนึ่ง) ซึ่งคนที่โดนฟันเป็นสามีของน้าหนึ่ง จังหวะนั้นตนกำลังเดินเข้าไปกินข้าวที่บ้านพ่อซึ่งอยู่ถัดไปอีกหลังนึง ขณะที่ตนกำลังเดินออกมาก็เห็นเขายืนด่ากัน และน้าติ่งสามีของน้าหนึ่งก็ถือเหล็กยาวประมาณ 2 ฟุต และกะละมัง เตรียมที่จะตี น้าปู กับแฟนของตน  ตนเห็นแบบนั้นจึงได้พูดเตือนไปว่า “เรื่องไม่ควรจะพูด จะพูดให้มีเรื่องทำไม” และลักษณะของน้าติ่งก็มีอาการคล้ายคนเมาด้วย จึงไม่พอใจที่ตนพูดจากนั้นเขาก็ชุลมุนกัน แต่ตนยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนถือมีดไปฟันน้าติ่งอย่างแน่นอน ตนยังเป็นคนวิ่งเข้าไปห้ามจนได้รับบาดแผลด้วยซ้ำ

คนถือมีดไปฟันจริงๆแล้วคือ น.ส. ตั๊กแฟนของตนเอง  คือตอนนั้นแฟนของตนกับน้าปูวิ่งเข้าในบ้านน้าติ่งแล้ว ตนมาเห็นทีหลังจึงรีบวิ่งขึ้นไปห้าม มีดที่ใช้น่าจะเป็นมีดทำครัวที่หยิบมาจากหลังบ้าน  พอวิ่งตามขึ้นไปในบ้านก็เห็นว่าน้าติ่งแย่งมีดไปจากแฟนตนแล้ว ตนจึงรีบเข้าไปแย่งมีดแต่ก็ไม่สำเร็จ ตอนนั้นน้าติ่งก็หันมีดมาจะแทงใส่ตนด้วย ทำให้ตนได้รับบาดแผลที่มือ ส่วนที่น้าติงมีบาดแผลที่คอ น่าจะมาจากตอนชุลมุนแย่งมีดกันเนี้ยแหละมีดอาจจะไปโดนเข้าพอดี  ต่อมาหลังจากเหตการณ์ชุลมุนจบลงน้าติ่งก็เดินออกมาให้พี่นาถที่อยู่แถวๆนั้นพอดีช่วยขับรถพาไปรพ. ในส่วนของเรื่องที่อีกฝั่งกล่าวหาว่าตนถือปืนเดินอยู่หน้าบ้านนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะตนไม่มีปืนอย่างที่เขากล่าวหา

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตร.ชุดสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรีทำการจับกุมตัวนายตั้มและนำตัวไปสวบสวน ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เบื้องต้น นายตั้ม ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอไปต่อสู้คดีในชั้นศาล

ฉัตรมงคล I นนทบุรี