ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นายพิสิษฐ์ โชคเสริมวิทย์ อายุ 44ปี(บิดา) นายเชษฐา พากเพียรไพโรจน์ อายุ 19ปี(ลูกชาย) ซึ่งได้รับอุบัติเหตุจากรถจยย.พลิกคว่ำ ภายในหมู่บ้านหรู ซอยสามัคคี 29 จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส แขนหักทั้ง 2ข้างต้องดามด้วยเหล็ก เหตุเกิดวันที่ 1 พ.ค.64 ผ่านมา 9เดือนแล้ว คดีไม่มีความคืบหน้า และไม่ได้รับการติดต่อ จากชายชาวต่างชาติทางผู้ก่อเหตุที่ทราบชื่อเพียง Mr.Robevt H.Reuse (นายโรเบฟท์ เอช.รีมูส)สัญชาติอเมริกา ซ้ำร้ายยังถูกออกหมายเรียกจากพ.ต.ท.ศักดิ์นรินท์ รัตนพันธ์ พนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด จนตกกลายเป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีเสียเอง ถูกแจ้งข้อกล่าวหา”ขับขี่รถประมาทเฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย”
ล่าสุดวันนี้ สองพ่อ-ลูกได้เข้าพึ่งขอความช่วยเหลือ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกับ นายเกียรติคุณ ต้นยางหรือทนายโป้ง โดยเข้าให้ข้อมูลต่างๆพร้อมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถึงความเป็นจริงทั้งหมด ไม่ว่าด้านคดีความ และการเยียวยาจากทางคู่กรณี ที่ทางผู้มาร้องเป็นผู้บาดเจ็บ กลับกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทำให้ทรัพย์สินเสียหายจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียเอง โดยที่ผ่านมาไม่ได้รับความเป็นธรรมเลยตลอด 9เดือน ที่รักษาตัวอยู่ต้องสูญเสียรายได้ไปเพราะอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้แขนทั้ง 2 ข้างหักต้องใส่เหล็กดามเอาไว้ และต้องรักษาตัวต่อเนื่องไปอีก โดยไม่ได้รับการติดต่อดูแลจากทางชาวต่างชาติคู่กรณีเลยหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุเรื่องนี้ขึ้นมา

นายเชษฐา พากเพียรไพโรจน์(ผู้บาดเจ็บ) เปิดเผยว่า เกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 64 ประมาณบ่ายโมงกว่าๆผมขับรถมอเตอร์ไซค์จะออกจากหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ขับรถจยย.มาเรื่อยๆตามทาง แล้วทีนี้ผมก็เห็นรถกอล์ฟอยู่ด้านหน้า ก็เลยขับแซงขวาออกไปแล้วอยู่ดีๆจังหวะนั้น เขาได้หักเลี้ยวขวาออกมาเลย ทั้งที่ผมอยู่ในเลนผม แล้วก็ทำให้ล้อมาเฉี่ยวเข้ากับรถจยย.เป็นเหตุทำให้ผมล้มกระเด็นตัวปลิวออกจากรถมอเตอร์ไซค์แขนไปกระแทกพื้นปูนถนนหักทั้ง 2ข้าง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผมได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือทั้งสองข้างหัก ก็เข้ารักษาโรงพยาบาลทำให้ต้องผ่าตัดดามเหล็ก รักษาตัวประมาณ 2 เดือนกว่า ทำให้สูญเสียรายได้และรถจยย.เสียหายด้วย
ทนายโป้งฯ กล่าวว่าจากน้องผู้เสียหายกับคุณพ่อ ได้มาร้องเรียนกับผม โดยมีข้อมูล ข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมมีคลิปวงจรปิดให้ดู สอบถามข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่าเขายังไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดี กับทางคู่กรณี ข้อกล่าวหากระทำโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย เขาป่วยเจ็บมาเป็นเดือน ก็ถือว่าเป็นอันตรายสาหัส จากข้อมูลข้อเท็จจริงที่สอบถามจากตัวของผู้เสียหายเอง แล้วก็คุณพ่อ เนื่องจากว่าตรงนั้นเขาไม่เข้าใจ ว่าการที่ไปที่โรงพักแล้ว มีการดำเนินคดีแล้วหรือไม่อย่างไร เมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่าคดีของเขา ที่เป็นผู้ถูกกระทำ ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี

เบื้องต้นโดยแนะนำว่า เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว ทั้งภาพคลิปที่กล้องวงจรปิด ก็ควรไปแจ้งความเพิ่มเติมที่สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลตามภาพวงจรปิด ที่กระทำโดยประมาท ทำให้เกิดเหตุให้น้องเขาได้รับอันตรายสาหัส เพราะปัจจุบันเหมือนน้องเขาถูกดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งทำให้เสียทรัพย์ มันก็ต้องปรากฏเจ้าของทรัพย์อยู่แล้ว พนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดทราบแล้วครับว่าใครเป็นคู่กรณีน้องเขา ถ้ามีคดีแล้วก็แยกมาเลย ส่วนที่กล่าวหาว่าน้องทำให้เสียทรัพย์ก็พิสูจน์กัน ว่าเขาเจตนาทำให้เสียทรัพย์หรือเปล่า หรือไม่งั้นก็ส่วสคดีของเขาที่ จะมีความประสงค์จะดำเนินคดีกับคู่กรณี ว่ากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัสให้ดำเนินคดีไป ถามว่าคู่กรณีเป็นใคร 1.คือบุคคลในภาพวงจรปิดนั้นไง 2.ก็คือคู่กรณีที่มาแจ้งว่าทำให้เสียทรัพย์ ดังนั้นน้องเขาก็มีสิทธิ์ไปแจ้งความดำเนินคดี ข้อแนะนำว่าให้ใช้สิทธิ์ เพื่อจะได้พิสูจน์ ความถูกผิดต่อไป ว่าใครจะต้องมีความรับผิดชอบกับความเสียหายของน้องที่เกิดขึ้น
โดยวันพรุ่งนี้ทนายโป้งฯจะพาผู้เสียหายดังกล่าวเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่สภ.ปากเกร็ด กับทางคู่กรณีชายชาวต่างชาติผู้ขับขี่รถกอล์ฟซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนรถจยย.น้องได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ด้วย


ฉัตรมงคล I นนทบุรี
