จากกรณีอยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น Part 2 โพสต์คลิประบุข้อความว่า “มีเพื่อนบ้านผิดชีวิตวุ่นวาย เกิดเรื่องวันที่17กุมภาพันธ์ 2565 บริเวณหน้าบ้านของเราบ้านเลขที่ 143 ถนนติวานนท์ตำบลท่าทรายอำเภอเมืองจังหวัดนนท์ซอยข้างโรงเรียนเทศบาล 5 ฝั่งโรงยิม(โรงเรียนเทศบาล 5) ผู้ชายใส่เสื้อสีฟ้าอายุประมาณ 60-70 ไม่ใส่แมสเดินออกมาจากบ้านฝั่งตรงข้ามของเราแล้วมาซื้อก๋วยเตี๋ยวบริเวณหน้าบ้านที่รถพ่วงจอดเราเตือนเราบอกว่าลุงไม่ใส่แมสหน่อยเหรอลุงไม่กลัวแต่หนูกลัวเพราะที่บ้านมีเด็กเล็กแถวนี้เขาติด covid กันเยอะถ้าแจ้งตำรวจจับก็โดนปรับ 2 หมื่นนะแล้วก็พูดว่าถ้าจะขายก๋วยเตี๋ยวแล้วมีคนไม่ใส่แมสมาซื้อไม่ให้จอดขายตรงนี้นะ เท่านั้นแหละกลายเป็นว่าเราโดนด่าแล้วเมียเขาก็ออกมาด่าเราก็ไม่ได้ใส่แมสเหมือนกัน แต่ที่ด่าเราไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการใส่หน้ากากเลย ว่าเราเสือกบ้านของเขาว่าเรามีปัญหากับเขาอยู่ในซอยนี้อยู่มาเป็น 20 ปีไม่เคยมีปัญหากับใครทั้งที่เขาเพิ่งจะมาสร้างบ้านอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปีแต่เราสร้างบ้านหลังนี้มาตั้งแต่ปี 2541เขาเคยทะเลาะกับคนในซอยเรื่องอาหารแมวและขี้แมวเขากลับโยงมาว่าเราว่าบ้านเรามีปัญหาเรื่องเยอะวุ่นวายชอบไปเคาะประตูบ้านเขาบ่อยๆไปหาจิตเวชรับยาได้แล้วชอบมีปัญหาเรื่องขยะเรื่องขี้แมว ซึ่งมันเป็นแมวจรเราไม่สามารถบังคับเรื่องการขี้ของมันได้
แต่เวลาแมวและหมามาขี้หน้าบ้านเราเราจะกวาดและล้างพื้นตลอดแล้วเค้า2คนผัวเมียด่าเราว่ามึงอย่าพูดมากบ้านหลังนี้บ้านนี้ก็ไม่ใช่บ้านของมึง มึงไม่มีสิทธิ์มาพูดกูไม่อยากคุยกับคนอย่างมึงมึงไม่มีราคาทั้งที่เรายืนอยู่ในรั้วบ้านเราบ้านหลังนี้เป็นชื่อของน้องชายแต่สิ่งปลูกสร้างเป็นของเราเราเป็นคนสร้างและต่อเติมทำไมเขาถึงมาว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเราเราเตือนเขาเรื่องแมสแต่กลับโดนรุมด่าเรื่องที่เราไม่ได้ทำ คลิปที่มีปัญหามันยาวมากเกือบช.ม.ที่เราโดนด่าเรื่องอื่นเราทำไม่เป็นเลยส่งให้ดูไม่ได้ค่ะแต่บ้านนี้เราพูดคุยด้วยไม่ได้เลย เคยไปเตือนเค้าปีที่แล้วตอนช่วงลูกสาวจะสอบทีแคช ว่าช่วยเล่นดนตรีเบาๆหน่อยลูกอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เค้าเล่นดนตรีตั้งแต่7โมงเช้าจน2ทุ่ม เมื่อเตือนแล้วกลับโดนด่ากลับมาจากคนบ้านนั้นเลยไม่เตือนเราไปเตือนตอนเค้าอยู่หน้าบ้านก็ไม่ได้ไปเคาะบ้านเค้านะมันดังไปถึงชั้น2 นอนยังได้ยินเสียงดนตรีในหัวเลยเวลาหลับไปหาหมอๆให้ยานอนหลับมากิน เคยเรียกตำรวจมาแล้วลงบันทึกประจำวันไปแต่ใบมันหายไปตอนนั้นตำรวจมาเค้ารับปากว่าจะเล่น8โมงถึง5โมงเย็นแล้วจะทำห้องเก็บเสียงแต่ปัจจุบันก็ยังเล่น

อยู่บ้านตรงข้ามตัดเหล็กตัดไม้ก่อนหลานเราจะคลอดจนปัจจุบันยังไม่เสร็จ เค้าตัดเหล็กตัดไม้หน้าบ้านแต่ในบริเวณถนนสาธารณะให้ฝุ่นไม้และเหล็กปลิวมาเข้าบ้านเราทำให้เราหายใจไม่ออกขึ้นชั้น2เหนื่อยมากไปหาหมอๆให้ยาพ่นจมูกแก้เแพ้ ยาแก้แพ้เป็นเม็ด ยาพ่นหอบ แล้วเรามีการรักษาใช้ยากดภูมิอยู่ ลูกชายเราไปถามช่างว่าทำใกล้เสร็จรึยังลุงโยนเหล็กทีลูกผมนอนสดุ้งร้องเลย ช่างเอ่ยคำขอโทษมาและบอกว่าจะรีบทำให้เสร็จ เจ้าของบ้านเดินมาถามว่ามีอะไร ช่างเลยบอกไปตามที่ลูกเราบอก เจ้าของบ้านบอกว่าอันนี้มันเรื่องของคุณไปจัดการลูกคุณเองเราไม่เกี่ยว เค้าเป็นเพื่อนบ้านที่คิดว่ามีเงินบ้านใหญ่กว่าใครเตือนไม่ได้เลย เราเลยเเจ้งตำรวจที่เค้าตัดเหล็ตัดไม้นอกบ้านเค้า ตำรวจมาระงับเหตุโดยการบอกให้เค้าเอาของไปทำในบ้านถ้ามีฝุ่นให้หาอะไรคลุมซะแต่ก็ทำตามได้แค่ไม่กี่วันก็เอาออกมาทำหน้าบ้านอีก ไม่รู้จะทำยังไงกับพวกเค้าแล้วค่ะเราแจ้งความไปแล้วก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราเป็นภูมิแพ้ที่ตาและมีปัญหาเรื่องเม็ดเลือดขาวถ้ามีอาการอะไรไม่ปกติกับร่างกายๆเราแน่ต้องไปแอดมิทให้ยาฆ่าเชื้อทีนึง48ขวดหรือนอนโรงบาลที่เป็นอาทิตย์เลย หลานเราก็ได้รับเชื่อธาลัสซีเมียจากเราไป” เหตุเกิดวันที่ 17 ก.พ.09.30น.
ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณ ซอยทานสัมฤทธิ์ 21/10 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พบน.ส.สุดาวดี ช่อจำปา อายุ 44 ปี อาชีพ อิสระ อยู่บ้านเลขที่ 143 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ผู้ที่โพสต์คลิป อยู่บ้านตรงข้ามบ้านลุงคู่กรณีที่ไม่ใส่แมสก์ เล่าเหตุการณ์วันที่เกิดเหตุให้ฟังว่า เป็นเรื่องของทางคู่กรณีเดินออกมาไม่ใส่แมสก์ เป็นลุงบ้านฝั่งตรงข้าม เดินออกมาจากบ้านหลังจากที่เขาเรียกรถก๋วยเตี๋ยวที่มาจอดหน้าบ้านตนและเขาเดินมาจากบ้านไม่ใส่แมสก์ ตนจึงบอกว่าลุงไม่ใส่แมกส์หน่อยหรอ ถ้าไม่ใส่โดนปรับ 2 หมื่นนะ ตนบอกคนขายก๋วยเตี๋ยวถ้าจะขายก๋วยเตี๋ยวมีลูกค้ามาไม่ให้ขายตรงนี้นะ เพราะกลัวบ้านมีเด็กเล็ก เพราะได้ยินข่าวมาว่าบ้านฝั่งตรงข้ามอยู่ตรงหัวมุมติดโควิด

ตนจึงกลัว เพราะหลานพึ่งคลอดออกมา 28 ม.ค. ซึ่งเราแค่พูดว่าไม่ใส่แมสก์ ป้าบ้านตรงข้ามสวนกลับมาทันทีว่ายุ่งวุ่นวาย มีปัญหานักหนาไปแจ้งเลยตำรวจไม่ได้กลัว มีปัญหาอยู่บ้านเดียว วุ่นวาย ระหว่างนั้นลุงเดินไปที่กำแพงบ้านของเขาและไปหยิบอะไรไม่รู้เดินกลับมาแล้วเดินมาเอาก๋วยเตี๋ยวแล้วเข้าบ้าน แต่เรื่องก็ไม่จบก็ตะโกนด่ามาอีกว่าบ้านตนวุ่นวาย ให้ไปพบจิตแพทย์ ไปรับยาและไปเอายากิน และต่อว่าด้วยคำหยาบคาย ชอบมาวุ่นวายกับบ้านเขา ซึ่งตนก็พูดว่าแค่เตือนเรื่องแมสก์ จะมาด่าเรื่องอื่นไม่ได้ เรื่องแมวเป็นแมวจรเราจะห้ามให้เขาไปถ่ายที่ไหนได้บ้าง ซึ่งตนเลี้ยงแมวไม่ได้เพราะเป็นภูมิแพ้แมว แต่เขาก็มาโทษว่าเป็นแมวตน และมีอีกหลายเรื่อง ซึ่งบอกว่าตนเคยไปเคาะบ้านวันนั้นเป็นวันที่ตนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะว่ามีการเล่นดนตรีเสียงดังจนถึง 20.00น. เพราะลูกตนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ก็โดนเขาด่ากลับมาอีก จึงมองว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพทั้งผัวและเมีย
ซึ่งตกลงว่าจะทำห้องเก็บเสียงให้แต่ก็ได้ยินเหมือนเดิม อาจจะได้ยินเบาลงแต่ก็ได้ยินเหมือนเดิม แล้วบอกว่าจะเล่นดนตรี 08.00-20.00น. ซึ่งถ้าใครอยู่บ้านทุกวันเหมือนตนจะรู้เลยว่ารำคาญ ไปหาหมอหมอยังให้ยานอนหลับมาเลย ล่าสุด 2 อาทิตย์ที่แล้ว เขาตัดเหล็กเคาะเหล็ก และฝุ่นจากไหม้ เขาเอาออกมาตัดหน้าบ้านเป็นบริเวณถนนมันเข้าบ้านเรา ตนจึงทนมาโดยตลอด เพราะทำมาเรื่อยๆ ทำให้นอนไม่ได้ ไปหาหมอ เอ็กซเรย์ปอด และได้ยามา และถามหมอว่าเกี่ยวไหมกับฝุ่นพวกนี้ หมอจึงให้ยามารักษาที่จมูกโดยตรง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงพื้นที่แล้ว เขาก็เลิกทำไป 2 วัน แต่ก็กลับมาทำแบบเดิม แล้วเสียงดนตรีก็ตีกับเสียงตัดเหล็ก พูดไปกี่รอบก็ไม่รับฟังเลย ลูกชายจึงไปถามช่างว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ทางช่างก็ดีมาก ขอโทษกลับมาแล้วบอกว่าจะรีบทำให้เสร็จ แต่พอเจ้าของบ้านที่เป็นผู้หญิงเห็นก็บอกกลับว่า เป็นปัญหาของเราให้ไปจัดการเอาเอง

ซึ่งล่าสุดก็เรื่องแมสก์ ด่าตนโดนหยาบคายมาก ซึ่งเขาก็ไม่ใส่ทั้งคู่ ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม อย่าแก่กะโหลกกะลา ทำให้ตนต้องคอยมาระวังกับคนแบบนี้ หลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อก็ไม่รู้ เหนื่อยใจกับคนแบบนี้ พูดเตือนอะไรนิดหน่อยก็ไม่ได้ อยากให้สังคมดูคลิปแล้วจะรู้ ไม่ใช่พ่อใช่แม่ตนมาด่าขึ้นหยาบคายแบบนี้ตนไม่มีทางยอม ซึ่งเขามาดูถูกเราเกินไป ตอนนี้อยากให้เขารับผิดชอบต่อสังคม ไม่ต้องการคำขอโทษ เพราะเขาเคยบอกตนแล้วว่าจะไม่ขอโทษเพราะตนไม่มีราคา ซึ่งตนทำงานเป็นหมอดูและสอน จึงมองว่าตนไม่มีราคา ตอนนี้อยากให้เขารับผิดชอบต่อสังคมเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาไม่ใส่แมสก์ หลายรอบมากๆ แล้วก็เปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องคำพูดและการด่า และให้ทำห้องเก็บเสียง เพราะตนอยู่บ้านทั้งวันจึงมีปัญหาเรื่องนี้ เพราะตอนนี้ตนแก้ปัญหาเองทั้งหมดเลย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของนายเอ นามสมมุติ อายุ 70 ปี ( ไม่ได้ใส่แมกส์เดินมาซื้อก๋วยเตี๋ยวในคลิป) อาศัยอยู่กับ นางบี นามสมมุติ อายุ 60 ปี ภรรยา และ นายซี นามสมมุติ อายุ 25 ปี ลูกชาย ทั้ง 3 คนเป็นพ่อแม่ลูกกัน อาศัยอยู่บ้านตรงข้ามและเป็นคู่กรณีของน.ส.สุดาวดี ช่อจำปา ที่โพสต์ด่าทอกันในคลิป จากการสอบถามนายเอ นามสมมุติ อายุ 70 ปี เล่าว่า ตนเป็นคนระวังตัวตลอดเวลาวันนั้นแม่บ้านไม่อยู่ปกติแม่บ้านจะจัดหาอาหารให้ และรถก๋วยเตี๋ยวจะมาตามเวลา หลังจากนั้น รถก๋วยเตี๋ยวขับมาแล้วก็จอดเลยบ้านตนไป มาคำนวนดูแล้วห่างจากบ้านเขา10เมตร บ้านเรา 10 เมตร เขาก็เดินไปเดินมาเฉียดหน้าตนและพูดมาลอยๆเหมือนว่าตนเป็นโจร ว่าตนหลายอย่าง เขาเป็นคนเปิดประเด็นก่อนและไม่ให้ความเคารพตนเพราะตนก็อายุ70แล้ว ซึ่งเรื่องแบบนี้มันสามารถคุยกันได้ ซึ่งตนไม่รู้เลยว่าเขาอยู่กับใคร ตอนที่มีปากเสียงก็อยู่ในรั้วบ้านใครบ้านมัน แต่ตนก็ไม่ติดใจอะไรเพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่อยากจะพูดคุยกันก็ต้องเคารพกันจะดีกว่า ซึ่งปกติรถก๋วยเตี๋ยวจะมาจอดหน้าบ้านแต่วันเกิดเหตุดันเลยไปที่อื่นจึงมีปัญหาตามมาว่าที่ตนไม่ใส่แมสก์ ตอนมีปากเสียงกันต่างคนต่างก็ยืนเถียงกันอยู่ในรั้วบ้านไม่ได้ออกไปเถียงนอกบ้าน

นางบี นามสมมุติ อายุ 60 ปี เล่าว่า เป็นเหตุการณ์ที่ตนได้ยินเพราะกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ เรื่องหน้ากากอนามัย ซึ่งรถบะหมี่อยู่ตรงกลางทาง 3แพร่ง ตรง ถนนสาธารณ ซึ่งเขาเดือดร้อนมากเลยในตอนอยู่ที่บ้าน เราก็เข้าใจซึ่งทุกคนก็พยายามจะเซฟตัวเองเหมือนกัน ซึ่งแทนที่จะพูดกันดีๆ แต่มามีปัญหาตลอด หลายครั้งจึงตัดสินใจถามว่ามีอะไรมีปัญหากับบ้านตนทุกครั้ง และไม่ให้ราคาเพราะคุยกันไม่เคยรู้เรื่องเลยสักครั้ง ซึ่งก่อนที่ตนจะมาอยู่ตรงนี้เคยไปอยู่ที่ที่มีเสียงดังหรืออะไรรบกวนตลอดแต่ก็ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่พอมาอยู่ตรงนี้กับมีปัญหากับบ้านเขาแค่หลังเดียวและมีปัญหามาตลอด ซึ่งตนไม่อยากคุยแล้วและแนะนำให้เขาไปหาหมอจิตแพทย์และตนจะคุยผ่านตำรวจเท่านั้น ซึ่งตนมีคลิปและอัดไว้ตลอด ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้ไร้สาระ เพราะคุยคือจบ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปโพสต์ลงในเพจ ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งมีควันขึ้นมาชาวบ้านจึงวิ่งออกไปดูแต่ไม่มีใครใส่แมสก์สักคนแต่ก็ไม่เห็นมีปัญหา เหมือนเขาเจาะจงซึ่งมีหลายครั้งแล้วที่เจอแบบนี้และตนคิดว่าเรื่องนี้ไร้สาระมากๆ
ซึ่งบ้านเขาจะทำอะไรตนไม่เคยไปยุ่งเลย เสียงต่างๆ เสียงคาราโอเกะ5ทุ่มเที่ยงคืนเราไม่เคยไปว่าเขาเลย ส่วนตนจะมีเวลาที่เล่นดนตรีคือ 08.00-17.00น. คือทุกอย่างต้องงด ถ้าจะมาตรวจก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจโดยวัดเสียงเดสิเบลเลยก็ได้ ส่วนเรื่องฝุ่นที่บอกไปเข้าหน้าหลานเขาตนไม่ทราบเลยเพราะตนพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ประมาณ 1 ปี ก็มีการต่อเติมบ้านเป็นปกติ อาจจะมีเสียงรบกวนซึ่งตนเข้าใจและมีการไปขอโทษ ซึ่งเขาก็เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหลายครั้งมาก มาให้ตนมาทำในบ้านตนก็รับทราบ ปกติไม่เคยมีเรื่องกับเขามาก่อน ซึ่งตนไม่อยู่บ้านจะมีพ่อและแม่อยู่ก่อนหน้านี้ที่มีเรื่องปะปรายกันเข้ามาเป็นเรื่องไปรบกวนจิตใจของเขา โดยที่เขาไม่เดินมาคุยกับเราดีๆและเรียกตำรวจมาคุย แต่เราก็คิดว่าดีเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เป็นคนกลางมาคุยให้ แต่สุดท้ายก็จบที่ไกล่เกลี่ยกันและไม่อยากให้ทะเลาะกันเพราะบ้านใกล้เรือนเคียง

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
