นายภาสวุฒิ สุดจิตร์ อายุ 19 ปี เล่าว่า ตนเป็นผู้ดูแลร้าน อยู่ศรี (yusri) ซึ่งเปิดให้เช่าเจ็ทสกี และเมื่อวันที่ 24 ก.65 เวลาประมาน 16.00 น.ได้มีพี่ปอได้ขับเรือเข้ามาขอความช่วยเหลือให้เติมน้ำมันให้เพราะน้ำมันที่เรือหมดและในเรือมีกันทั่งหมด 5 คน ชาย3 คน หญิง 2 คนซึ่งมีราดาสาวแตงโมอยู่บนเรือด้วย เหตุการณ์ตอนนั้นก็ปกตินะครับ ก็มีการถ่ายรูปอะไรกัน ก็มีการกินไวน์กินอะไรกัน พี่ปอเป็นคนขับเรือก็มีการส่งไวน์ให้กินกันทุกคน แต่ยังไม่เห็นใครมีอาการเมา เพราะเหมือนกับว่าพอเติมน้ำมันให้ พี่ปอเขาก็เริ่มเปิดขวดเริ่มกินกัน ปกติทางเจ้าของเรือจะมาเติมที่นี้ครั้งสองครั้ง แต่ตนก็เพิ่งจะมาเห็นเหตุการณ์ในวันที่ 24 ก.พ.นี้เองเหมือนกัน และเมื่อช่วงเย็นวันนั้นก็ยังเห็นพี่แตงโมอยู่เลย และก็มารู้จากข่าวว่าพี่แตงโมตกน้ำและก็มีคนมาช่วยกันตามหา

ตอนนี้หากสามารถบอกอะไรกับพี่แตงโมได้ ตนจะบอกให้พี่เขาสวมเสื้อชูชีพ เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยเราได้ถึง70เปอร์เซน ถึงแม้ว่าจะตกน้ำไปแต่ชูชีพมันจะช่วยให้ตัวเราลอยได้ อย่างน้อยกว่าเราจะหมดแรงหรือกว่าที่เรือจะวนมาหาเราชูชีพก็ช่วยได้เยอะ และส่วนตัวแล้วตนก็ไม่ได้รู้จักหรอสนิทกับพี่ปอเท่าไร แต่จะมีน้องคนนึงเขาสนิทกับพี่ปอเพราะว่าพี่ปอจะมาเติมน้ำมันบ่อย ก็จะมีแวะมานั่งกินกาแฟบ้าง ก็จะพูดคุยกันในฐานะลูกค้า ก็อยากให้ทุกคนนึกถึงความปลอดภัยว่าชูชีพต้องใส่ตลอดอย่างที่บอกมันช่วยได้ถึง70เปอร์เซน ไม่ว่าจะไปใกล้หรือไกล แล้วก็อุปกรณ์เซฟตี้ปต่ละอย่างไม่ว่าจะเป็นเจ็ทสกีหรือเรือใหญ่ แต่ในวันนั้นทั้ง5คนไม่มีใครใส่เสื้อชูชีพเลย ตัวเสื้อชูชีพนั้นจะมีอยู่ใต้เบาะในเรือทุกลำ แต่วันนั้นทุกคนดื่มไวน์กันหมดแต่ก็ไม่เห็นมีใครใส่เสื้อชูชีพกันเลย
จากนั้น นาย ภาสวุฒิ จึงพาเดินไปดูจุดที่เข้ามาเติมน้ำมัน ตอนนั้นก็เห็นพี่ปอเขาก็เริ่มดื่มแล้ว แล้วก็มีพี่แตงโมกับผู้จัดการก็มีเริ่มดื่มบ้าง ตอนนั้นตนลากสายหัวจ่ายน้ำมันมาเติมริมน้ำเลยใช้เวลาไม่ถึง10นาทีก็เติมเสร็จ หลังจากนั้นพอเติมเสร็จเขาก็ปลดเชือกแล้วก็ออกไปทางตัวเมืองเลย พอตนมาทราบข่าวการเสียชีวิตก็ตกใจ ก็คิดว่าทำไมต้องเป็นเขาด้วย

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
