นาย จาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล พล.ท.ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการท่าอากาศยาน สนามบินสุวรรณภูมิ  นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ  ร่วมกันต้อนรับคนไทยเที่ยวบินที่ 2 กลับถึงประเทศไทย จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง ‘รัสเซีย-ยูเครน’ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความ ปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ชอได้ให้การช่วยเหลืออพยพคนไทยในยูเครนถึงกรุงวอร์ซอ

ซึ่งเดินทางจากกรุงวอร์ซอ เปลี่ยนเครื่องที่ ดูไบร์ และเดินทางกลับประเทศไทย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 ถึงเวลา 12.05 น. โดยมีคนไทยจากยูเครน โดยสารจำนวน 58 คน ผ่านขั้นตอนการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ขึ้นรถบัสจำนวน 3 คัน ไปกักตัวที่ สถาบันบำราศนราดูร และเมื่อช่วงเช้า คนไทยจากยูเครนเดินทางจาก กรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย มาเปลี่ยนเครื่องที่ แฟรงก์เฟิร์ต และเดินทางกลับประเทศไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.25 น.จำนวน 38 คน โดยผ่านขั้นตอนการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ขึ้นรถบัสจำนวน 2 คัน ไปกักตัวที่ สถาบันบำราศนราดูร

นาง ผานิต  บุญมา ผู้โดยสารที่เดินทางกลับมาจากประเทศยูเครน ได้เล่าถึงสถานการณ์ในขณะที่อยู่ในยูเครนว่า สถานการณ์ในยูเครนยังไม่สงบน่ากลัวมาก ทุกคนหนีมาด้านรถไฟ และแต่ใครจะกระโดดขึ้นรถไฟได้เพื่อที่จะมาพบท่านทูตที่ระวีป ทุกคนต้องเอาตัวรอดและต้องตัดสินใจเอาเองนะเวลานั้น บางทีไปเป็นกลุ่มก็อาจจะแตกแยกกันเองในเรื่องความคิดเห็นแล้วแต่ว่าใครอยากอยู่ใครอยากไป เพราะจริง ๆ สถานทูตตั้งใจที่จะมีรถมารับแล้ว แต่ด้วยว่าเข้าไปที่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องหนีขึ้นรถไฟกันมาเอง ซึ่งทุกอย่างท่านทูตซัพพอร์ตมาเป็นระดับ ที่ดูใบก็มีคนมาดูแลตามขั้นตอน

และขณะที่พวกตนต้องพากันอพยพมาที่ศูนย์มันจะมีเสียงหวอดังตลอดเวลาเพราะนั้นคือโดนโจมตีแล้ว ซึ่งยูเครนที่นั้นก็เริ่มทยอยออก และเราเป็นคนไทยพูดภาษายูเครนไม่ได้ เวลาเราสื่อสารหาเขา เขาจะฟังไม่รู้เรื่อง และเขาก็พาพวกเขาออกมา แต่พวกตนซึ่งเป็นคนไทยพอออกมาก็ไม่รู้จะไปทางไหนทุกอย่างมันบีบหัวใจมากเลยในขณะนั้น และเสียงหวดที่เตือนในทุกคนออกจากพื้นที่ดังตลอดเวลาและเราก็ได้ยินเสียงระเบิดตลอด บางคนที่หนีออกมาแทบจะไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกมาเลย ทุกคนต้องออกมาที่สถานีรถไฟให้ได้ เพื่อที่จะเดินทางมาระวีป เพราะว่าทางการไม่สามารถเอารถเข้าไปรับได้

การที่เราหนีระเบิดไม่เหนื่อยเท่ากับการแย่งกันขึ้นรถไฟ มีบางคนตกลงไปในรางรถไฟต้องพากันดึงขึ้นมา บางคนช่วยไม่ทันก็โดนเหยียบกันเองจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบหน้า มีทั้งผลักทั้งดันคิดว่าจะไม่ได้กลับประเทศไทยแล้ว โดยเฉพาะตอนที่หลบในหลุมหลบภัยข้างบนก็ปล่อยระเบิด และไม่มีน้ำกินเลย แต่ทุกคนก็ฮึดสู้กันมา ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาถึงประเทศไทย วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านคิดถึงลูกมาก ถ้าไม่มีลูกคงไม่มีแรงกลับมาวิ่งกันจนหมดแรง  แต่ก็ต้องวิ่งเอาชีวิตให้รอดข้างบนก็ระเบิดข้างรถก็คนเยอะมาก ซึ่งสถานทูตได้ให้การช่วยเหลือเราอย่างมากโดยมีการติดต่อกันทางไลน์แจ้งให้เราไปรอที่ไหนอะไรแบบนี้

ตนตัดสินใจทันที่ตั้งแต่เขาบอกเก็บของตัดสินใจกลับบ้านเลยอยู่ไม่ได้แล้วเสียงเตือนมันทำให้ใจสั้นมาก ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่สามารถพาพวกตนกลับมาได้ขอบคุณท่านทูตขอบคุณคนไทยทุกคนที่เอาใจช่วย ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ถึงเหตุการณ์ทางด้านโน้นจะสงบลงก็คงไม่ไปอีกแล้ว ทุกคนก็ลงความเห็นกันแล้วว่าไม่อยากไปกันแล้วมันอันตรายมาก

ด้านนายนเรศฤทธิ์  ขัดธะสีมา สสจ.สมุทรปราการ หน้าด่านควบคุมโรคท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิ ได้เปิดเผยว่า วันนี้เรารับในขบวนการตรวจคนเข้าเมือง เม่อสักครู่ด้านในเราก็ได้มีการตรวจแลปสวอบ RPCCR ซึ่งทุกท่านจะได้รับการตรวจและไปรอผลที่บำราศนราดูร เพื่อจะดูว่ามีผลบวกหรือไม่ ถ้าเป็นผลบวกก็จะมีการดูแล และถ้าผลเป็นลบทุกคนก็สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เลยและไปสังเกตอาการที่บ้านตัวเอง ซึ่งทุกคนจะถูกกักตัวไม่เกิน 24 ชั่วโมงเพราะว่าผลแลปจะออกภายใน 4 ชั่วโมงก็รู้ผลแล้ว ซึ่งทุกคนก็เหมือนเดินทางเข้าประเทศทั่วไปเพราะไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรที่ต่างจาคนทั่วไปที่มาจากต่างประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเรา

ด้านนายกิตติพงศ์  กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เคสที่เรารับคนไทยมาจากยูเครนทั้งหมดทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศกระทรวงคมนาคมและกระทรวงจัดหางานเรามีการประสานความร่วมมือกัน มีการวางแผนการรับคนไทยที่กลับมาด้วยความเรียบร้อย ไฟล์ทที่เห็นเป็นไฟล์ทEK 384 เป็นไฟล์ทที่ 2 ของวันนี้ เมื่อช่วงเป็นเที่ยวบินที่มาจากการบินไทยมีผู้โดยสารทั้งหมด 38 คนก็ผ่านการคัดกรองไปถึงโรงพยาบาลบำราศนราดูร เป็นที่เรียบร้อย และไฟล์ทนี้เป็นไฟล์ทที่สองที่มีคนไทยเดินทางมาทั้งหมด 58 คน การปฏิบัติในภาพร่วมการคัดกรองทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของการรับคนไทยทั้งหมดที่จะมีอีกทั้งหมด 2 วันรวม 96 คน  ที่เราประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศต้องเรียนว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีความพร้อมในการปฏิบัติ

วิวรรธน์ I สมุทรปราการ