ที่หน้าห้างเมเจอร์ สาขาปากเกร็ด นายสนธยา หรือ เอ นพคุณ อายุ 47 ปี หนุ่มพ่อค้าขายกระถางต้นไม้พลาสติก เดินทางมาขอบคุณ ยกมือไหว้สวมกอด ร้อยตำรวจโทนพดล ปัญญาคลอง รองสารวัตรจราจร สภ.ปากเกร็ด หลังเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 65 ช่วงเย็นที่ผ่านมา ตัวนายเอนั้น ขับรถยนต์เก๋งไปถึงบริเวณถนแจ้งวัฒนะก่อนถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปากเกร็ด แล้วรถเกิดน้ำมันหมดกลางถนน ระหว่างนั้นเอง ร้อยตำรวจโทนพดล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่จึงเข้าสอบถามเหตุการณ์และช่วยนำรถเข้าข้างทางเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร โดยนายเอบอกว่ารถตนเองน้ำมันหมด ทางร้อยตำรวจโทนพดล จึงได้เรียกวินจยย. รับจ้างคือนายชาตรีซึ่งขี่วินอยู่แถวนั้นให้มาบริการพานายเอซ้อนท้ายไปซื้อน้ำมันใส่แกลลอนมาเติมให้

ปรากฏว่านายเอได้กล่าวกับร้อยตำรวจโทนพดลว่าตนเองลืมกระเป๋าตังค์ออกมา จากบ้านอยากจะขอยืมเงินไปซื้อน้ำมันก่อน ทางร้อยตำรวจโทนพดล จึงควักเงินจำนวน 200 บาท ให้กับนายเอเพื่อไปซื้อน้ำมันพร้อมทั้งให้เงินจำนวน 50 บาท กับนายชาตรีคนขี่วินจยย. เป็นธุระช่วยนำแกลลอนไปซื้อน้ำมันมาให้นายเอจนเป็นที่ชื่นชมของคนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นและถ่ายคลิปไว้

นายเอ กล่าวว่า ตนรู้สึกขอบคุณและตื้นตันใจจนพูดไม่ถูก ที่ยังมีตำรวจไทยน้ำใจงามเช่นนี้ วันเกิดเหตุรถตนน้ำมันหมดจริงๆอีกทั้งตนยังลืมกระเป๋าตังค์ออกจากบ้าน โชคดีที่ได้ตำรวจท่านนี้ช่วยเหลือทุกอย่าง วันนี้ทราบว่าเขากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าห้างเมเจอร์ จึงขับรถจากบ้านย่านบางบัวทอง เพื่อมาขอบคุณเขาโดยเฉพาะ

ขณะที่นายชาตรี คนขี่วินจยย.และเป็นผู้ที่ถ่ายคลิปในวันนั้นเปิดเผยว่า หมวดนพดลได้ขี่จยย.ไปหาตนที่วินพร้อมทั้งบอกว่าให้ตนไปช่วยซื้อน้ำมันให้คนขับรถเก๋งรายหนึ่งที่น้ำมันหมดกลางคัน ตนจึงได้เป็นธุระไปช่วยเขาและปฏิเสธที่จะรับค่าจ้าง จำนวน 50 บาท แต่ นายตำรวจรายนี้บอกว่ายังไงก็ต้องรับเป็นค่าน้ำมันจะวิ่งฟรีๆได้ยังไง ตนจึงคิดแค่เพียง 20 บาท แล้วก็ช่วยไปซื้อน้ำมันให้เขามาเติมเป็นที่เรียบร้อย ส่วนตัวก็รู้สึกภูมิใจ ดีใจ ที่ได้ช่วยเหลือและชื่นชมนายตำรวจนายนี้จริงๆ

ทางด้านร้อยตำรวจโทนพดล ปัญญาคลอง รองสารวัตรจราจร สภ.ปากเกร็ดเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าวันนั้นตนกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเห็นรถผู้เสียหายขับมาแล้วดับกลางถนนจึงได้ช่วยเหลือนำรถเข้าข้างทางและสอบถามเหตุการณ์เมื่อพบสาเหตุว่ารถเขาน้ำมันหมดจนรถดับอีกทั้งเขายังลืมกระเป๋าสตางค์ออกจากบ้านส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรก็เลยช่วยเหลือเขาไปเท่าที่ช่วยได้มาวันนี้เขาเดินทางจากบ้านย่านบางบัวทอง มาสวมกอด ขอบคุณยกมือไหว้ตน ก็รู้สึกดีใจภูมิใจ หายเหนื่อยที่ได้ช่วยเหลือ เราเป็นตำรวจก็ต้องดูแลและรับใช้ประชาชนเป็นธรรมดา ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรทำตามหน้าที่ช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้วันนี้ได้พูดคุยกับเขาพบว่าเขาน่าสงสารมาก เพิ่งกลับมาจากใต้เป็นหนี้นอกระบบ ถูกเจ้าหนี้ตามข่มขู่อยู่ก็ยิ่งรู้สึกสงสารและเห็นใจประกอบกับเห็นเขามากับลูกเล็ก 3 คนในรถตนจึงได้ช่วยเหลือให้กับเด็กๆไว้คนละอีก 100 บาทและมอบเงินค่าน้ำมันอีก 200 บาทให้เขาซึ่งผู้สื่อข่าวเองก็ควักเงินส่วนตัวอีก 200 บาทช่วยเหลือนายเอกับลูกๆเดินทางกลับบ้านที่บางบัวทองด้วยความสงสารเช่นกัน

ฉัตรมงคล I นนทบุรี