พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์  นางสาวชุติพร เสชัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนายเศรษฐา พันธุ์วิริยะพงษ์ สมาชิกสภา อบจ.นครสวรรค์ เขต 1 อ.หนองบัว ,  ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาบตะคร้อผ้าทอ หมู่ 2 บ้านเนินน้ำเย็น ต.หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาบตะคร้อผ้าทอ มีนางอัมพร ขำชื่น เป็นประธานกลุ่ม แต่เดิมมีการย้ายถิ่นฐานมาจาก จ.สุโขทัย และได้มาเริ่มก่อตั้งกลุ่มทอผ้า ที่บ้านเนินน้ำเย็น ต.หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ เริ่มต้นจากสมาชิกประมาณ 30 คน  มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแล และได้รับการสนับสนุนกี่ทอผ้า ทั้งจากส่วนราชการ และเอกชน  ปัจจุบันเหลือสมาชิก 8 คน  และมีกี่ทอผ้า 4 ตัว ซึ่งกระจายอยู่ตามบ้านสมาชิก

ด้านการผลิตสินค้าไม่รับทำตามออเดอร์ เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ ทำนา และกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จึงใช้เวลาว่างจากการทำนา ทำไร่ มาทำการทอผ้า ทอได้ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ผืน  มีคนทอเพียง 4 คน ไม่มีคนมัดลาย จึงรับซื้อลายมัดจาก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม ได้แก่ ผ้าสอดดิ้น ซึ่งเคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดมาแล้ว

ที่ผ่านมากลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาบตะคร้อผ้าทอ เคยมีการนำผลิตภัณฑ์ไปจัดจำหน่ายที่เมืองทองธานี  แต่ปัจจุบันไม่ได้ไปเพราะไม่คุ้มค่าการเดินทางและมีคนทอผ้าน้อยลง  รวมถึงการทอผ้าลายขอ ที่ปัจจุบันหยุดการทอลง เนื่องจากสภาพปัญหาเกี่ยวกับลายมัดที่ไม่ได้ไปรับซื้อมา ต้นทุนการผลิต และประกอบกับสถานการณ์โควิด -19 ส่งผลให้กำลังการผลิต(คนทอ)ลดลงด้วย

พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ขณะนี้ อบจ.นครสวรรค์ ได้ทำการลงพื้นที่ เก็บข้อมูลสภาพปัญหาของกลุ่มทอผ้าในจังหวัดนครสวรรค์ มาแล้วจำนวน 18 กลุ่ม ปัญหาที่พบเหมือนกัน คือ

  • เด็กรุ่นใหม่ให้ความสนใจน้อย เนื่องจากรายได้น้อย ยังไม่เป็นที่ดึงดูดใจ
  • วัตถุดิบมีต้นทุนสูง และทางกลุ่มทอผ้าไม่มีเงินทุนหมุนเวียน
  • ต้องมีการพัฒนาฝีมือ เรื่องของลายผ้า การมัด และลายเฉพาะ
  • เรื่องตลาด การกำหนดราคาของผ้าทอ ยังมีราคาที่ถูก ทำให้กลุ่มมีรายได้น้อย

ขณะที่นางอัมพร ขำชื่น เป็นประธานกลุ่มฯ และสมาชิกกลุ่ม เสนอความต้องการของกลุ่มว่า

  • อยากให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์ มีเงินกองทุนส่วนกลาง เพื่อนำไปใช้ในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ วัตถุดิบ ของกลุ่ม
  • อยากได้รับการพัฒนาการทอผ้าลวดลายใหม่ๆ
  • อยากได้เงินทุนมาสนับสนุน

“ซึ่งหลังจากมีการลงพื้นที่เก็บข้อมูลครบแล้ว จะมีการประชุมสรุปสภาพปัญหา และความต้องการ ของกลุ่มทอผ้าต่างๆ รวมทั้งจะจัดฝึกอบรมพัฒนาฝีมือให้ทุกกลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอ  หาเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่ ให้ผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ในด้านผ้า มาช่วยในการกำหนดราคาให้ใหม่  หากทอได้มาตรฐาน มีคุณภาพ สามารถกำหนดราคาเองได้ เพิ่มกำลังการผลิตได้ ก็จะทำให้มีรายได้ดีขึ้น  อาจทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่เดินทางไปประกอบอาชีพที่อื่น กลับมายังบ้านเกิด ช่วยสืบสาน  และพัฒนาฝีมือกลุ่มทอผ้าได้ต่อไป” พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ กล่าวในที่สุด