ที่วัดตาปะขาวหาย ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ในตำนานการสร้างหลวงพ่อพระพุทธชินราช เมื่อ พ.ศ.1900 หรือเมื่อ 665 ปีมาแล้ว ที่พระอินทร์ได้แปลงกายเป็นตาปะขาวมาช่วยมนุษย์ ทำการหล่อพระพุทธชินราชจนสำเร็จ  เมื่อสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไทย) พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย แล้วได้หายตัวไปในบริเวณช่องฟ้า เมืองเก่าหัวรอแห่งนี้

โดยวันนี้  นาย รณชัย  จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้เป็นประธานเปิดลานวัฒนธรรมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เมืองเก่าหัวรอ รื้อฟื้นวัฒนธรรมโบราณ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวหลังโควิด – 19 ระบาด เริ่มคลี่คลาย

และนอกจากนั้นยัง มีการนำเอาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาแสดงและจำหน่าย อาหารไทยที่หารับประทานยาก  รวมทั้งทั้งข้าวเหนียวมะม่วงที่อร่อยติดเทรน  มีการสาธิตการปั้นเตาไห การทำว่าวโบราณ การแสดงการละเล่นโบราณ ทั้งหมากรุกไทย และหมากฮอส การแข่งขันการก่อพระเจดีย์ทราย สรงน้ำพระเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย

ซึ่งเทศบาลตำบลหัวรอ ได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมาเป็นประจำทุกปี แต่ได้ห่างหายไป 2 ปี อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เมื่อการระบาดใกล้จะเป็นโรคประจำถิ่น แล้วจึงได้เริ่มจัดอีกครั้ง แต่ก็ยังเน้นย้ำการป้องกันตนเองตามมาตรการของสาธารณสุข อย่างน้อยก็จะได้การกระตุ้นเศรษฐกิจ นำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เป็นอัตลักษณ์ของตำบลหัวรอมาแสดง และประชาสัมพันธ์ พร้อมจำหน่าย  อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการการท่องเที่ยว เพราะที่วัดตาปะขาวหาย นักท่องเที่ยวที่มา ก็จะได้พบกับความเก่าแก่ยุคเครื่องปั้นดินเผาเตาไห พร้อมร่อยรอยของเตาเผาโบราณริมแม่น้ำน่าน   หอสวดมนต์โบราณที่กรมศิลปากรมาอนุรักษ์ไว้ รวมทั้งโบสถ์เก่าแก่ มี ท้าวเวชสุวรรณ์  2  ตน รักษาหน้าประตูโบสถ์ ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองเก่าหัวรอได้อย่างเต็มที่