ศูนย์วิทยุสภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุวัยรุ่นปาระเบิดบริเวณหน้าร้านกาแฟ เลขที่ 68/11 หมู่ 1 ซอยอิหม่ามชาฟีอี ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุหน้าร้านกาแฟชื่อ “กาแฟหน้าบ้าน” พบนายอัศนีย์ สายใจ อายุ 36 ปี ญาติทางเจ้าของร้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้เด็กที่บ้านไปเที่ยวงานที่หมู่บ้านสมบัติบุรีแล้วมีเรื่องกันกับวัยรุ่นในงาน ตนไม่รู้ว่าคือใคร แต่ตำรวจน่าจะรู้เขามาเอาตัวหลานไปสอบที่โรงพักแล้ว เขาปาระเบิดมามันดัง 4 ครั้ง หลังจากขี่รถจยย.ขี่ผ่านไปแล้วประมาณ 1-2 วินาที มีกล้องวงจรปิด กล้องจับภาพตอนปาไม่ได้ แต่พอรถวิ่งผ่านไปก็มีเสียงดังดังมากเหมือนหม้อแปลงระเบิด พวกเด็กๆไม่ได้บอกผู้ใหญ่ แต่บอกมีเรื่องกันมาก่อน ตอนนี้ไปให้ปากคำที่โรงพักอยู่

ขณะที่นางสาวสุพัตรา ซาเบ็ญ อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านที่เปิดเป็นร้านกาแฟและเป็นน้าสาผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้หลังจากเลิกงานประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ตนอยู่ในบ้านกันกำลังจะเข้านอนหลังจากกินข้าวเสร็จได้ยินเสียงระเบิด 3 ลูก ดังมาจากหน้าบ้าน ลูกแรกคิดว่าเป็นปะทัด พอลูกที่ 2 คิดว่าเป็นหม้อแปลงระเบิด พอดังลูกที่ 3 คิดว่าไม่น่าใช่ละ หลังจากนั้นพี่สาวตะโกนมาว่าหน้าบ้านมีควันขึ้นนะเลยวิ่งออกมาดูเห็นเปลวไฟ และพวกพี่ๆข้างหลังบ้านก็วิ่งมาดูที่ถนนไม่มีไฟแต่มีสะเก็ดระเบิด เหมือนระเบิดปิงปอง มีถุงพลาสติกหุ้มแน่นๆ แต่ไม่ได้กระทบหรือทำให้กระจกแตก ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพราะทุกคนอยู่ในบ้าน ตนคิดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นที่มีปัญหากับหลานชาย เพราะหลังจากมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตนได้ไปถามหลานชายเขาเล่าให้ฟังว่าเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 65 หลังจากที่หลานชายได้ฉลองออกบวชของอิสลามและได้ไปเดินเที่ยวงานที่หมู่บ้านสมบัติบุรีคืนสุดท้าย และเจอวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเพราะมีปัญหามองหน้ากัน

หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่ากลุ่มนั้นคิดยังไงแต่มีคนในกลุ่มตามมาหาเรื่องหลานชาย มาทำร้ายและทำลายข้าวของที่ร้านของพ่อเขาเป็นร้านขายไม้สักอยู่ในตลาดสมบัติบุรีเหมือนกัน หลังจากนั้นพ่อเขาก็ได้ช่วยเจรจามีการจับไม้จับมือกันแยกย้ายไป คิดว่าจะจบ พอมาคืนนี้อยู่ๆมาปาระเบิดหน้าบ้าน เลยคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่มาก่อเหตุครั้งนี้ เขามาด้วยรถจยย.ประมาณ 6 คัน จากที่ดูกล้องวงจรปิด ตนอยากฝากถึงคนที่ก่อเหตุว่าอยากให้กลับตัวกลับใจเพราะกลัวว่าจะไปก่อเหตุแบบนี้กับที่อื่น ถ้าไปทำแล้วลูกเล็กเด็กแดงคนแก่หรือข้าวของเสียหายมันจะเดือดร้อน ตัวเค้าคงไม่เดือดร้อนเพราะต้องไปรับโทษตามกฏหมาย คนที่เดือดร้อนคงไม่ใช่เขา แต่เป็นคนอื่นต้องมาคอยรับใช้หนี้สินอาจจะเป็นพ่อแม่ อยากให้กลับตัวกลับใจ ไม่อยากให้ใช้คำว่าคึกคะนองหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะยุคสมัยนี้มันใช้ไม่ได้แล้ว

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
