ดีพร้อม (DIPROM) หรือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โชว์ผลสำเร็จ โครงการ “DIPROM ยกระดับสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก นำรายได้คืนถิ่นชุมชน” ซึ่งเป็นหลักสูตร ฝึกอาชีพระยะสั้น ภายใต้นโยบายดีพร้อมแคร์ (DIPROM CARE) ผ่านการฝึกทักษะการผลิตพวงกุญแจจากผ้า การจักสานเส้นพลาสติก และการผลิตเจลแอลกอฮอล์ฟ้าทะลายโจร โดยคาดว่าจะฟื้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้เสริมให้ชุมชนบ้านมอญเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า หลังจัดทีมผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ยกระดับสินค้า GI สู่สินค้าที่สร้างรายได้คืนชุมชนพร้อมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากทุกพื้นที่ทั่วไทย ให้ดีพร้อม

ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดีพร้อม (DIPROM) หรือ กรมส่งเสริม อุตสาหกรรม โดยศูนย์ดีพร้อมเซ็นเตอร์ 3 (DIPROM CENRTER 3) ได้เดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกทักษะอาชีพ แก่คนในชุมชน ภายใต้นโยบายดีพร้อมแคร์ (DIPROM CARE) รุดสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากทุกพื้นที่ทั่วไทย ให้ดีพร้อม โดยมุ่งเน้นการปรับรูปแบบการดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาพชุมชน (C-Customization) รวมทั้งปฏิรูป แนวทางการดำเนินงาน (R-Reformation) โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ และชุมชน ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ตลอดจน การให้คำปรึกษาด้านการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวให้กับชุมชน

 

 

ดร.ณัฐพล กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์ ถือเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรอินทรีย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ทั้งไทย และต่างประเทศ อาทิ ฟ้าทะลายโจร อัญชัน มะขามป้อม ดังนั้น ในปี 2564 ที่ผ่านมา ศูนย์ดีพร้อมเซ็นเตอร์ 3 ได้ดำเนินการสร้างรายได้ให้กับชุมชนพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์สู่การยอมรับของตลาด โดยมีกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมโครงการ พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปสมุนไพรให้มีคุณภาพ มาตรฐาน จำนวน 150 คน เกิดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่นำงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ในเชิงป้องกัน รักษา อย่างน้อย 5 ผลิตภัณฑ์

ส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้นหลังเข้าโครงการมากกว่า 1 เท่าตัว และประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 โดยการนำ โครงการ “DIPROM ยกระดับสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก นำสู่รายได้คืนถิ่นชุมชน” ซึ่งเป็นการฝึกทักษะอาชีพ ให้กับชาวชุมชน โดยมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมกว่า 500 คน และคาดว่าจะสามารถฟื้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้เสริม ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ประกอบด้วย

 

• การผลิตพวงกุญแจจากผ้า โดยการนำเศษผ้าที่เหลือใช้จากกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากผ้าในชุมชน มาต่อยอดพัฒนาเป็นพวงกุญแจ เพื่อเปลี่ยนจากของเหลือใช้ให้เป็นของที่ระลึกหรือสินค้าที่แสดงถึง อัตลักษณ์ในชุมชน ซึ่งทำให้เกิดมูลค่าของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจากวัตถุดิบเดิมได้ถึงร้อยละ 50

• การจักสานเส้นพลาสติก เป็นการประยุกต์วิธีการจากเดิมที่ใช้วัสดุธรรมชาติ เปลี่ยนมาเป็นการนำพลาสติก ที่เหลือใช้ จากการแปรรูปเกษตรให้ออกมาเป็นเส้นใยเพื่อการสานขึ้นรูปสำหรับทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ที่มีความคงทนกว่าวัสดุจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดในชุมชน อีกด้วย

• การผลิตเจลแอลกอฮอล์ผสมสารสกัดฟ้าทะลายโจร ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความต้องการของตลาดในการดูแลสุข ภาวะความสะอาดในปัจจุบัน โดยฝึกฝนให้ชุมชนมีความเชี่ยวชาญในกระบวนการผลิต พร้อมการนำ ฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นสมุนไพรที่พบอยู่ได้มากในท้องถิ่น มาเป็นส่วนประกอบ ถือเป็นการแปรรูปสมุนไพร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเจลแอลกอฮอล์และสรรพคุณในการบำรุงผิว ให้ชุ่มชื้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในคุณสมบัติของฟ้าทะลายโจร

ดร.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “จังหวัดนครสวรรค์” ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเกษตรกรรม และโดดเด่นด้วยสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indicator: GI) ทั้งเครื่องปั้นดินเผามอญและน้ำตาลสด เกยไชย ด้านการท่องเที่ยวจากการเป็นเมืองศูนย์กลางที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย แต่ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ในช่วงปี 2564 มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงกว่าปีที่ผ่านมา ถึงร้อยละ 33.44 หรือราว 685,270 คน

ดังนั้น เพื่อเป็นการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้ดีพร้อมทั้งพื้นที่ ตามยุทธศาสตร์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและแม่ทัพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย จึงได้สั่งการให้ ดีพร้อม ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและพัฒนาพื้นที่นครสวรรค์ให้ดีพร้อมโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่เศรษฐกิจเชิงพื้นที่และสร้างรายได้แก่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านผลสำเร็จ ของ 2 ชุมชน ดังนี้

 

1. ไซรัปตาลโตนด 100% จากชุมชนบ้านปากคลองเกยไชย จากวัตถุดิบท้องถิ่นสู่การสร้างรายได้ คืนชุมชน โดยมีพร้อมได้ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกด้านการนำอัตลักษณ์ชุมชนไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากการต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการ ตลาดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน

2. เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ จากชุมชนบ้านมอญ ที่สามารถลดการสูญเสียในกระบวนการผลิตได้ถึง 20% ภายหลังจากที่ศูนย์ดีพร้อมเซ็นเตอร์ 3 (DIPROM CENRTER 3) ได้ลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ด้านกระบวนการคิด เชิงออกแบบ (Design Thinking Process) รวมทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยให้การวัดอุณหภูมิมีความแม่นยำและช่วยลดการ สูญเสียในกระบวนการผลิตได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความรู้ในการพัฒนาเครื่องปั้นที่มีคุณภาพ มีลวดลาย ที่โดดเด่น และมีมูลค่าผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น พิ่มขึ้น ดร.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2430 6865-66 ต่อ 4 ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/dipromindustry หรือ www.diprom.go.th